เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 มี.ค. นางจิฎากาญจน์ ศิริโรจน์รัชฎา ตัวแทนกลุ่มแม่ค้าเมืองแก้วมณี หมู่ 7 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ยืนหนังสือขอความเป็นธรรมให้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จากการใช้มาตรา 44 ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยมีนายจรูญศักดิ์ สิงหเดช ปลัดจังหวัดปทุมธานี รับหนังสือแทน พร้อมแนบลายมือชื่อผู้ขอความอนุเคราะห์ให้เปิดร้านขายอาหารและอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
เนื่องด้วยตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ประกาศใช้มาตรา 44 ในพื้นที่วัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบทำให้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และทหารตำรวจมาเป็นกำลังรอบอาณาบริเวณส่งผลให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้าแม่ค้าที่สวนอาหารเมืองแก้วมณี ตลอดจนประชาชนที่อาศัยในคอนโดเมืองแก้วมณี และหมู่บ้านพุทธรักษาได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวหวาดระแวงเครียด เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ ใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการบังคับการใช้กฎหมายมาตรา 44 รวมถึงการเดินทางเข้าออกลำบากมาก ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าออกได้ตามปกติต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คตรวจค้นทั้งขาเข้าและขาออกเสมือนอยู่ในค่ายกักกัน
อีกทั้งผู้ประกอบการค้าขายไม่สามารถเปิดกิจการค้าขายได้ตามปกติ ไม่สามารถนำวัตถุดิบและสินค้าเข้ามาได้ ทำให้สูญเสียรายได้จากการค้าขายแต่ยังต้องมีภาระค่าเช่าพื้นที่ต้องชำระรายเดือนบางราย 8,000 บาทถึง 15,000 บาท และการสื่อสารลำบากมาก เพราะถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์ทำให้ขาดการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก
จึงขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือหรือบรรเทาความเดือดร้อนจากการใช้มาตรา 44 โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เปิดร้านได้ปกติ ขออนุญาตให้นำสินค้าและวัตถุดิบเข้ามาจำหน่ายได้เหมือนปกติก่อนประกาศใช้มาตรา 44 อนุญาตให้รถยนต์เข้าออกเคหสถานได้สะดวก หากไม่สามารถเปิดร้านค้าได้ ขอให้หน่วยงานรัฐชดเชยรายจ่ายค่าเช่าร้าน ค่าน้ำค่าไฟ และชดเชยรายได้ที่สูญหายในแต่ละวันให้แก่ผู้ประกอบการ ยกเลิกการตัดสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อให้ติดต่อค้าขายได้ตามปกติ ซึ่งเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่ประชาชนต้องได้รับ
