แอบร้องไห้กันทุกวัน! เปิดใจพ่อ-แม่‘หมวดท็อป’วีรบุรุษไฟใต้ วันลูกชายได้กลับบ้านเกิด
จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2560 คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณโคนเสาไฟฟ้าริมถนนในพื้นที่ บ้านลาเตอะ หมู่ 5 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา ล่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ก่อนจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ริมถนน ทำให้อาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต ตำรวจหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด หรือ EOD ได้รับบาดเจ็บหลายนาย
หนึ่งในนั้นคือ ร.ต.ท.ยุทธนา เทพสถิตย์ หรือ หมวดท็อป รอง สว.กก.ตชด.14 ปฎิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ชุด EOD ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดนสะเก็ดระเบิดศีรษะด้านขวายุบ สมองบวม แพทย์ต้องยื้อชีวิตด้วยการผ่าตัดเอาเนื้อสมองที่ผิดปกติออก แล้วใส่กะโหลกเทียม ส่วนกระดูกร่างกายแตกหลายท่อน รักษาตัวในห้องไอซียู ท่ามกลางกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศ ผ่านมาเกือบ 2 ปี หมวดท็อป รักษาตัวจนอาการดีขึ้น และได้กลับบ้านเกิดแล้วที่จ.สุพรรณบุรี โดยมีภรรยาและครอบครัวคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่กำลังใจคนสำคัญคือ ‘น้องเอวา’ ลูกสาววัย 1 ขวบ 7 เดือน ซึ่งขณะหมวดท็อปได้รับบาดเจ็บ ‘น้องเอวา’ ยังไม่ลืมตาดูโลก
วันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 477/3 หมู่ 3 ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของหมวดท็อป
คุณพ่อเทพ เทพสถิตย์ พ่อหมวดท็อป เปิดใจเรื่องราวทั้งน้ำตาว่า ย้อนเหตุการณ์ไปตอนเกิดเหตุ ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย แต่ก็พยายามเข้มแข็ง แอบไปร้องไห้อยู่บ่อยๆ เพราะไม่อยากให้คนในครอบครัวเห็น กว่าจะผ่านมาจนถึงวันนี้ พวกเราทุกคนฝ่าฝันอุปสรรคทั้งหลาย ครอบครัวต้องแข็งแรงทั้งกายและใจ ให้กำลังใจลูกทุกวัน และรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกชายมากที่สุดที่ทำเพื่อประเทศชาติ ถึงแม้ว่า วันนี้ร่างกายท็อปจะไม่ปกติเหมือนเดิม แต่สิ่งสำคัญที่เราทุกคนยังมีความสุขเสมอ นั่นคือคำพูดของท็อปที่พูดว่า “เราต้องรักษาด้ามขวานประเทศไทย” หน้าที่ของเขาคือปกป้องประเทศชาติ นี่คือ กำลังใจสำคัญที่สุด ที่พวกเราต่อสู้กันมาจนถึงวันนี้ ที่ผ่านมากำลังใจจากทุกคนส่งมาให้ตนเสมอ ให้สู้ๆ ก็ต้องขอขอบพระคุณทุกท่าน
ส่วนคุณแม่ พยูร เทพสถิตย์ กล่าวว่า มาถึงวันนี้ยังเชื่อในปาฏิหารย์ว่ามีอยู่จริง เชื่อว่าสิ่งที่หมวดท็อปทำคือ การปกป้องรักษาประเทศชาติ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ การเป็นตำรวจ คือ ความฝันของหมวดท็อป ความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ เวลาหมวดท็อปทำงาน มักจะพูดให้พ่อแม่สบายใจเสมอ ไม่เคยบอกว่าทำงานเสี่ยงแค่ไหน พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วง ท็อปสบายดี จนถึงวินาทีที่เกิดเหตุ ท็อปก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง
“แม่รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มาก แม้ทุกวันนี้ท็อปจะไม่ได้เดินตามฝันเหมือนเดิมแล้ว เราทุกคนในครอบครัว ได้ให้กำลังใจท็อปทุกวัน จะพยายามไม่ร้องไห้ ต้องแอบไปร้องไห้กันทุกวัน ตอนนี้แม่ก็ไม่มีงานทำ ก็อยากทำงานเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว เพราะอีกไม่นานพ่อก็จะเกษียณราชการ คงต้องมีภาระมากขึ้น แม่ก็พยายามหางานเพื่อนำเงินมาเลี้ยงครอบครัวอีกทาง”
สำหรับอาการของ หมวดท็อป ขณะนี้ดีขึ้นมาก ร่างกายเริ่มแข็งแรง ทางครอบครัวได้ช่วยกันกายภาพบำบัด และดูแลกันอย่างเต็มที่ โดยระหว่างการให้สัมภาษณ์นั้น หมวดท็อป ได้พยายามเปล่งเสียงพูดคุยเป็นระยะ ฝากกำลังใจความคิดถึง ถึงเพื่อนร่วมงาน และ ขอบคุณกำลังใจจากชาวไทยทุกคนที่ร่วมส่งมาให้ ทั้งนี้ยังได้พูดเป็นห่วงเรื่องสวัสดิการ ค่าตอบแทนเงินประจำตำแหน่งของ เจ้าหน้าที่อีโอดีในปี 2563
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
ขณะที่น.ส.อัญพัชญ์ ยอดเกตุ ซึ่งเป็นญาติผู้ดูแลหมวดท็อป เปิดเผยว่า พี่ท็อป จะพูดเรื่องนี้เป็นประจำซึ่งอยากฝากถึง นายกรัฐมนตรี ขอให้ช่วยดูแลเรื่องนี้ เพราะการทำงานในตำแหน่งนี้ จะต้องมีการตรวจสุขภาพทุกปี และการสอบข้อเขียน หากไม่ผ่าน ก็จะไม่ได้รับค่าตอบแทนในส่วนนี้ ซึ่งตอนนี้ทางบ้านของท็อป แม่ก็ไม่ได้ทำงาน ส่วนพ่อก็จะเกษียณ จากนั้นก็ต้องมาดูแลท็อป
“ซึ่งหากท็อปไม่ได้รับค่าตอบแทนในส่วนนี้ อาจส่งผลกระทบในเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะยังต้องรักษาตัว ทำให้ก็ยังรู้สึกว่า พอผ่านเหตุการณ์มาแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ประสบเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่น่าจะได้รับการดูแลอย่างดีต่อไป เพื่อจะได้เป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อ เพราะเราก็เชื่อว่า สิ่งที่ท็อปทำ ทำเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อประเทศชาติ และเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ จึงอยากฝากเรื่องนี้ให้ทางผู้ใหญ่ได้พิจารณา”