ลุยล่าแก๊งฆ่าโหดฝังดิน! มีดแทงไม่ตาย ชักปืน2กระบอกรุมยิงหนุ่ม42หนีคดีฆ่า

ลุยล่าแก๊งฆ่าโหดฝังดิน! มีดแทงไม่ตาย ชักปืน2กระบอกรุมยิงหนุ่ม42หนีคดีฆ่า

จากกรณีพบศพ นายจรัญ นาคแก้ว หรือบ่าว อายุ 42 ปี ถูกฆ่าฝังดินอำพราง บนเขาป่าหมู่บ้านคลองชุม หมู่ 13 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาดี จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาหลังหายตัวไป 6 วัน โดยผู้ตายไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่มารับจ้างทำสวนแล้วพักอาศัยอยู่ที่ขนำใกล้ที่เกิดเหตุคนเดียว ตรวจสอบประวัติมีหมายจับสน.ดินแดง คดีฆ่าผู้อื่นเมื่อปี 2558 คาดว่าหลังก่อเหตุได้หนีมากบดานจนกระทั่งมาถูกฆ่าโหดฝังดิน

ความคืบหน้าคดีนี้ วันที่ 18 มิ.ย. ที่สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก. พ.ต.ท.วิทยา พิทักษ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.วิภาวดี ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน8 และเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดี

พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า ตำรวจลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานทั้งในจุดเกิดเหตุ พยานแวดล้อม พยานบุคคล และตรวจสอบบ้านผู้ต้องสงสัย 4 จุด พร้อมเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีดำ รองเท้าบู๊ท 1 ข้าง เครื่องกระสุนขนาด.22 จำนวน 1 นัด ซองยาเส้น จอบ ขวาน จอบ และตัวอย่างดินจุดที่ฝังผู้ตาย จากผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดพบว่าผู้ตายมีรอยบาดแผลทุกยิงที่หน้าอกซ้ายด้วยกระสุนขนาด 9 ม.ม. มีรอยกระสุนปืนลูกซองที่หน้าอก และมีรอยถูกแทงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง

สอบสวนพยานในพื้นที่ ทราบว่า ก่อนผู้ตายหายตัวไปเห็นผู้ตายพร้อมกับเจ้าของสวนแห่งหนึ่งในพื้นที่ นายโอ๋ และนายปอนด์ กำลังช่วยกันซ่อมแซมท่อส่งน้ำเข้าสวนในช่วงเที่ยง หลังจากนั้นก็ไม่ได้พบเห็นผู้ตายอีกเลย จนมาทราบว่าถูกฆ่าฝังดินอยู่ใกล้กับลำธาร นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องสงสัยอีกรายที่หายตัวไปจากพื้นที่ตั้งแต่วันที่พบศพ

“หลังจากนี้จะเชิญตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุการสังหารตั้งไว้ 2 ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวเนื่องจากผู้ตายเวลาเมาจะพูดจาโผงผาง อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนร้าย และล้างแค้นส่วนตัว คาดว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 2 คน”

 ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

วันเดียวกันแม่และน้องชายผู้ตาย ได้เดินทางมารับศพที่ร.พ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำร่างกลับไปจัดงานศพที่บ้านเกิดจ.นครศรีธรรมราช แต่ก่อนเกิดทางกลับได้เดินทางมาที่สภ.วิภาวดี เพื่อขึ้นไปดูจุดเกิดเหตุ แต่เนื่องจากเส้นทางเดินทางด้วยความยากลำบาก อีกทั้งยังมีฝนตกต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น จึงเปลี่ยนใจเดินทางกลับจ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินการเรื่องจัดงานศพ

บทความก่อนหน้านี้ขาดน้ำทำพิษ “แมร์เคิล” ตัวสั่นแรง ในพิธีต้อนรับผู้นำยูเครน (คลิป)
บทความถัดไป“ดำรงค์” เผย 3 ทางเลือก บอกลาพปชร. น้อยใจเป็นพรรคตกสำรวจ ยันเขาไม่สนก็เป็นฝ่ายค้านอิสระ