“วราวุธ” รมว.ทส. ระดมชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า ลงพื้นที่เสริมกำลังช่วยดับไฟป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ภายหลังมีการปะทุของไฟป่าขึ้นมาอีกหลังจากควบคุมได้แล้ว ชี้ฝ่ายเข้าช่วยเหลือควบคุมสถานการณ์ และยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด เพราะไฟป่าพร้อมปะทุได้ตลอด เผยไฟไหม้ไปแล้วประมาณ 400 ไร่

จากกรณีเหตุไฟไหม้ป่าพรุ ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งบูรณาการควบคุมไฟป่าจนสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่ภายหลังได้เกิดการปะทุของไฟป่าขึ้นมาใหม่อีกครั้งเป็นรอบที่สอง

โดยวานนี้ (31ก.ค.)พบว่าไฟป่ายังคงลุกลามเข้าใกล้แหล่งชุมชน 2 จุด คือ พื้นที่ม.4 ต.การเกด อ.เชียรใหญ่ และม.12 ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันป้องกันและสกัดกันไม่ให้เปลวไฟลุกลามไปยังบริเวณบ้านเรือนชุมชน ที่อยู่อาศัยและสถานที่ของทางราชการที่อยู่ใกล้เคียง รวมพื้นที่ไฟไหม้ไปแล้วประมาณ 400 ไร่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการให้เพิ่มกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ ของกรมป่าไม้ และชุดปฏิบัติการพิเศษเสือไฟของ กรมอุทยานแห่งชาติฯ จากภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศส่งกำลังมาเติมเพื่อลงไปช่วยเสริมกำลังเป็นการด่วนเพื่อเป็นการสับเปลี่ยนกำลัง และเพิ่มกำลังพร้อมอุปกรณ์ ในการเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุให้ได้

โดยให้มีการร่วมจัดตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า พรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ร่วมประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทาง จ.นครศรีธรรมราช เป็นการเร่งด่วน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ป่าพรุควนเคร็ง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 250,883 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวของ 3 จังหวัด ตั้งแต่ลุ่มน้ำปากพนังในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ, เชียรใหญ่, หัวไทร, ชะอวด และร่อนพิบูลย์ จ. นครศรีธรรมราช อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จนถึงพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลา

ในพื้นที่ประกอบด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 2แห่ง ป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ของโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เขตพื้นที่เพื่อการปฏิรูปที่ดิน (สปก) เขตพื้นที่เอกชนซึ่งรอบๆ พื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหลายหมื่นคน

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2562 เกิดไฟป่าไหม้ป่าพรุไปแล้ว 88 ครั้ง เนื้อที่ความเสียหายรวม 4,968ไร่ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันไฟป่าในพื้นที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ทราบว่าสาเหตุหลักของไฟไหม้ป่าพรุในครั้งนี้ มาจากการลุกลามมาจากพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชนรอบๆ พื้นที่เข้ามาในเขตพื้นที่ป่าพรุจนลุกลามออกไปเป็นวงกว้าง

ขณะที่ระดับน้ำในเขตป่าพรุมีระดับลดลงมาก ปริมาณเชื้อเพลิงที่สะสมตกค้างมีจำนวนมาก ประกอบกับช่วงนี้มีกระแสลมรุนแรงทำให้ ไฟป่าที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง เมื่อเข้าควบคุมไฟป่าทำได้ยาก ถึงแม้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมได้แล้วก็มีโอกาสสูงที่จะมีการปะทุขึ้นใหม่ของไฟป่า ซึ่งต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ทั้งนี้ขอความร่วมมือจากภาคประชาชนหากพบเหตุไฟป่าสามารถแจ้งมาทางสายด่วน 1310 กด 3 เพื่อให้เจ้าหน้าป้องกันไฟป่าสามารถเข้าระงับเหตุได้ทันสถานการณ์ไม่ให้เกิดลุกลามขยายเป็นวงกว้าง นอกจากสายด่วนแล้ว ประชาชนสามารถแจ้งผ่านระบบแอพพลิเคชั่น “พิทักษ์ไพร” ของกรมป่าไม้ได้อีกช่องทางหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน