‘มาดามโอ๊ะ’ ปิ๊งไอเดีย ผุดหลักสูตร กัญชาเพื่อเยาวชน ให้ความรู้รอบด้าน

‘มาดามโอ๊ะ’ ปิ๊งไอเดีย ผุดหลักสูตร กัญชาเพื่อเยาวชน
‘มาดามโอ๊ะ’ ปิ๊งไอเดีย ผุดหลักสูตร กัญชาเพื่อเยาวชน

‘มาดามโอ๊ะ’ ปิ๊งไอเดีย ผุดหลักสูตร กัญชาเพื่อเยาวชน ให้ความรู้รอบด้าน

วันที่ 14 ส.ค. นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกัญชา กำลังเป็นประเด็นความสนใจร่วมกันของสังคม ที่คนทุกเพศทุกวัย ควรจะต้องเรียนรู้และเข้าใจอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน และในวันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี ตรงกับวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ศธ.มีนโยบายปฏิรูปการศึกษา เน้นเรียนรู้รอบตัว ใช้ฐานวิชาการ ปรับใช้กับชีวิตจริง เพื่อการอยู่รอดในสังคม เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศ

โดยจะจัดให้มี การนำเสนอแนวคิดการเรียนรู้ กัญชา จุดประกายเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แนะเรียนรู้ยุคใหม่ เน้นเข้าใจปรับใช้ได้ในชีวิตจริง 22-24 สิงหาคมนี้ ที่ภูมิภูเบศร ปราจีนบุรี พร้อมระบุหากการตอบรับดีก็จะพัฒนาไปเป็นหลักสูตรสำหรับเยาวชนต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กัญชา เป็นสมุนไพรที่มีคุณอนันต์ หากใช้ได้ถูกต้อง แต่จะมีโทษมหันต์หากนำไปใช้ในทางที่ผิด ในกลุ่มของเยาวชนผู้อยู่ในวัยของการเรียนรู้ อยู่ในวัยอยากรู้อยากลอง จึงควรนำประเด็นที่มีความสนใจของสังคม มาใช้เป็นจุดตั้งต้นในการเรียนรู้

ซึ่งในขณะนี้ อภัยภูเบศร ได้รวบรวมงานวิชาการด้านกัญชาไว้มาก และจะนำมาจัดแสดงในงานมหกรรมสุขภาพอาเซียน เพื่อกระตุ้นให้ประเทศในอาเซียนได้เห็นทรัพยากรชีวภาพที่มีร่วมกัน และนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งในงานนอกจากนิทรรศการแล้ว ก็ยังมีประเทศลาว ที่จะมาพูดถึงสถานการณ์กัญชาในประเทศ มีมาเลเซียและฟิลิปปินส์ที่กำลังดูลาดเลาการพัฒนากัญชามาใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับประเทศไทย

“ดิฉันได้พูดคุยทางอภัยภูเบศรว่า ให้มาเป็นฐานหนึ่งในการเรียนรู้ของเยาวชน โดยจะเรียนรู้ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่ด้านลักษณะของพฤกษศาสตร์ของกัญชา ด้านเกษตรกรรม เจาะลึกเทคนิคการเพาะปลูก การสกัดสารสำคัญโดยนวัตกรรมการสกัดทางวิทยาศาสตร์ และการนำไปใช้รักษาโรค ที่เยาวชนต้องเรียนรู้ครอบคลุมทั้งด้านเคมี ชีววิทยาและฟิสิกส์ การสร้างพื้นฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านสมุนไพรนับเป็นการเรียนรู้โดยการสร้างประสบการณ์ตรงในเยาวชน

แต่จะนำมาทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างไรให้เหมาะกับเยาวชน เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจ สนใจ และรู้สึกสนุกกับการเรียนสมุนไพร เมื่อเด็กๆเกิดความสนุกในการเรียนรู้ ก็จะอยากนำไปถ่ายทอดต่อให้กับเพื่อนและคนอื่นๆในครอบครัวได้ เกิดผลกระทบทางมิติสุขภาพอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต หากในงานได้รับการตอบรับดีก็จะนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรสำหรับเยาวชนต่อไปนางกนกวรรณกล่าว

บทความก่อนหน้านี้สะเทือนใจ!! แฉวัดดัง ทรมานช้างแก่-เดินขบวนงานบุญ ซูบผอม-เอาเสื้อมาใส่ปกปิด
บทความถัดไประทึก! รปภ. ห้างดัง ไล่แทงแม่ค้า ฉุนขอเงินไม่ให้ ชาวบ้านแตกตื่น ไล่จับตัววุ่น