‘น้ำพริกดาหลาสวรรค์’สูตรเบตง ฝีมือนักเรียนร.ร.บ้านกาแป๊ะกอตอ : รายงานพิเศษ

‘น้ำพริกดาหลาสวรรค์’สูตรเบตง ฝีมือนักเรียนร.ร.บ้านกาแป๊ะกอตอ 

รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ – เพิ่งได้ชิม “น้ำพริกดาหลาสวรรค์” เป็นครั้งแรก รสชาติอร่อยดี เป็นสูตรของโรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านกาแป๊ะกอตอ) อ.เบตง จ.ยะลา ที่มีนางจุไรลี่ สาและ เป็น ผู้อำนวยการ ซึ่งเมื่อปี 2559 ได้รับรางวัลเหรียญทองในระดับภาค ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคใต้ จากที่แต่ก่อนเคยกินดอกดาหลาที่เป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งของเมนูข้าวยำ

นางจุไรลี่เล่าที่มาที่ไปของการทำน้ำพริกดอกดาหลาให้ฟังว่า ด้วยความที่เป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ระดับดีเยี่ยมของจังหวัดยะลา โดยเน้นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเรื่องการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ ด้านการประมง ด้านปศุสัตว์ การปลูกผัก เพาะเห็ด ทำปุ๋ย สหกรณ์ และการแปรรูป เป็นกิจกรรมที่เด็กต้องทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อจะส่งเสริมคุณลักษณะและปลูกฝังเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วัตถุดิบในการทำน้ำพริกดอกดาหลา

สำหรับกลุ่มแปรรูปเป็นกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งหนึ่งที่ทางโรงเรียนพยายามส่งเสริมคือการแปรรูปต้องสร้างรายได้ และต้องเป็นสิ่งที่มีอยู่ในโรงเรียนหรือมีอยู่ในชุมชน เด็กๆ จึงคิดทำโครงงานขึ้นมาเพื่อแปรรูปดอกดาหลาเป็นน้ำพริก เพราะน้ำพริกเก็บได้นาน นอกจากนี้ดอกดาหลายังมีสรรพคุณในการลดความดันและลดเบาหวานได้ด้วย

ดอกดาหลา

ทั้งนี้ โรงเรียนได้เริ่มทำน้ำพริกดาหลาอย่างจริงจังเมื่อปี 2559 วิธีการทำจะใช้วัตถุดิบเหมือนน้ำพริกปกติ เช่น พริก กระเทียม แต่จะผสมกลีบดอกดาหลาเข้าไปด้วย โดยนำมาหั่นก่อนแล้วไปปั่น ใช้เนื้อใช้น้ำด้วย ทำให้มีกลิ่นดอกดาหลา รสชาติจะออกหวานนิดหน่อย แต่กลมกล่อม หลังจากเด็กๆ ทำแล้วก็ให้ชุมชนให้ผู้ปกครองและเด็กชิม

นางจุไรลี่บอกว่า หลังจากได้เหรียญทองในระดับภาคแล้วก็นำผลผลิตตัวนี้มาทำบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ตอนนี้เริ่มจำหน่ายให้ชุมชน เริ่มประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่เบตงรู้จัก เพราะน้ำพริกดาหลาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ชุมชน และสามารถก้าวสู่การเป็นสินค้า โอท็อปของชุมชนบ้านกาแป๊ะกอตอได้ ซึ่งน้ำพริกดาหลามีสรรพคุณต่อร่างกาย คือลดความดันและลดเบาหวานได้ด้วย

ช่วง 2 ปีกว่าแล้วที่ทางโรงเรียนทำน้ำพริกดาหลา ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนรสชาติมาหลายครั้ง เริ่มจากตอนแรกใช้ดอกดาหลาเยอะ ตอนนี้ลดปริมาณดอกดาหลาให้น้อยลงเหลือประมาณ 50% จากเดิมใช้ 70% เพื่อให้รสชาติถูกปาก ผู้บริโภค สาเหตุที่ลดปริมาณดอกดาหลาเพราะกลิ่นอาจจะแรงไปสำหรับคนบางคน

แม้ ผอ.โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านกาแป๊ะกอตอ) จะไม่กล้าฟันธงว่าทำน้ำพริกดาหลาเป็นแห่งแรกของประเทศไทย แต่ได้ย้ำว่านี่เป็นสูตรเฉพาะของโรงเรียนเอง และจากที่ทำมาลูกค้ามักจะถามเรื่อง อย.และวันหมดอายุ รวมทั้งข้อมูลทางโภชนาการ ทางโรงเรียนก็กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้เครื่องหมาย อย. เพราะถ้าได้ อย.ก็สามารถผลิตเป็นสินค้าโอท็อปของชุมชนได้ โดยโรงเรียนมีห้องคหกรรมอยู่แล้วสำหรับผู้สนใจอยากได้สูตรหรืออยากชิมน้ำพริกดาหลาสวรรค์ ติดต่อได้โดยโทร.มาที่ คุณครูยุทิญา แซ่ลิ่ม โทร.08-7479-4030

ผู้ร่วมปลูกต้นกาแฟ

นอกจากจะให้เด็กทำน้ำพริกดาหลาแล้ว ทางโรงเรียนยังได้จัดพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าด้วย เพื่อป้อนให้กับกลุ่มแม่บ้านที่ผลิตกาแฟจำหน่าย โดยนางจุไรลี่ให้ข้อมูลว่า ได้ใช้พื้นที่ของโรงเรียน 5 ไร่ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า 1 พันต้น สาเหตุที่ปลูกเพราะได้คุยกับคณะวิจัยโกปี๊ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในโครงการการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนากลุ่มผลิตโกปี๊ (กาแฟโบราณ) อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดโครงการวิจัยเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาร่วมกับหน่วยบูรณาการวิจัยและความร่วมมือเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กาแป๊ะกอตอใน (กลุ่มผู้ผลิตโกปี๊วังเก่า) พบว่าในการผลิตโกปี๊ต้องสั่งซื้อวัตถุดิบ คือเมล็ดกาแฟ จากชุมพร ถ้าชุมพรไม่ขายให้หรือไม่พอทางกลุ่มแม่บ้านก็ต้องหยุดผลิต

เด็กๆ กับต้นกาแฟที่ต้องช่วยกันดูแล

ประเด็นนี้ทางโรงเรียนมองว่ากลุ่มแม่บ้านคือผู้ปกครองของนักเรียน ถ้าเกิดกลุ่มแม่บ้านมีคุณภาพชีวิตดี มีรายได้ นักเรียนก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ซึ่งเป็นความสัมพันธ์กัน เลยมองว่าอะไรที่สามารถช่วยเหลือได้ก็จะช่วยเหลือ

ทางคณะนักวิจัยจึงได้เสนอแนวคิดว่าถ้าโรงเรียนมีพื้นที่ในการปลูกกาแฟได้จะเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบ ประกอบกับพื้นที่หลังโรงเรียนว่างรกร้างอยู่ เป็นแค่สวนผลไม้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงตกลงปลูกกาแฟ อีกอย่างโรงเรียนก็เป็นต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว และมีกลุ่มยุวเกษตร มีครูเกษตร เป็นกลุ่มที่ทำเกษตรได้ มีปัจจัยมีความพร้อม ดังนั้น จึงคุยกับนายกสมยศ เลิศลำยอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนงบประมาณ

หลังจากนั้นทางเทศบาลเบตงก็มาช่วยปรับพื้นที่ ซึ่งทางเกษตรอำเภอเบตงแนะนำว่าควรจัดตั้งเป็นกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตร เพราะจะสามารถสนับสนุนงบประมาณต่างๆ ได้ โดยให้กลุ่มคณะกรรมการสถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งเป็นกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตร กลุ่มนี้จะมีตัวแทนครู ตัวแทน ผู้ปกครอง ตัวแทนศิษย์เก่า มีตัวแทนชุมชน มีโต๊ะอิหม่ามเข้ามาร่วม เป็นการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชน

หลังจากนั้นพอจัดตั้งเป็นกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรจะเสนอขอรับงบประมาณต่างๆ ได้ ขณะเดียวกันทางมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาก็มาทำวิจัยเรื่องโกปี๊ และได้ผลักดันเรื่องของบประมาณจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ทาง ศอ.บต.จึงให้งบประมาณกับโรงเรียน 150,000 บาท เพื่อให้ทำเป็นโครงการปลูกกาแฟบ้านกาแป๊ะกอตอขึ้น โดยซื้อต้นกาแฟ ซื้อปุ๋ย และทำรั้วให้สวยงาม

ปัจจุบันทางกลุ่มปลูกกาแฟบ้านกาแป๊ะกอตอ ใช้กลุ่มยุวเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนมาทำเรื่องของการปลูกกาแฟ และคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง คณะครู มีส่วนร่วมในการปลูกกาแฟด้วย ตอนนี้อายุของกาแฟเกือบ 1 ปีแล้ว คิดว่าอีก 2 ปีจะได้เก็บเมล็ด และผลผลิตส่วนนี้จะนำกลับมาที่กลุ่มแม่บ้าน ให้เป็นต้นทุนการผลิตโกปี๊ของชุมชน

นางจุไรลี่ให้รายละเอียดด้วยว่า ในการปลูกกาแฟ 5 ไร่นี้ทำเป็นโครงการ “พ่อถาง แม่ปลูก ลูกรักษา” โดยผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนช่วยขุด ช่วยปลูก ส่วนเด็กจะเป็นคนช่วยรดน้ำ ดูแล ถือเป็นโครงการที่มีส่วนร่วมระหว่าง ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะครูในโรงเรียน

เป็นสถานศึกษาอีกแห่งที่ทำโครงการดีๆ แบบนี้ ซึ่งใช่แต่จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้เท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาได้มีโอกาสทำประโยชน์เพื่อชุมชนด้วย

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้‘มิราจ ลิมิเต็ด อีดิชั่น’ จัดเต็มอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ : รถใหม่ ข่าวสดยานยนต์
บทความถัดไปจับตา‘รัฐบาล’สู้วิกฤต‘ภัยแล้ง’เปิดแผน‘แก้ปัญหา-ช่วยเหลือ’