ทหารพรานปะทะเดือด ดวลสนั่นยะหริ่ง-ปัตตานี ก่อนทหารโดนยิงเข้าขาบาดเจ็บ 1 นาย เผยทหารชุดดังกล่าวกำลังลาดตระเวน-เฝ้าระวังกลุ่มป่วนออกมาเคลื่อนไหว ก่อนไปเจอผู้ต้องสงสัยเดินในป่า จนเกิดการยิงปะทะกันนาน 5 นาที สุดท้ายกลุ่มคนร้ายล่าถอยไป ด้านแกนนำพูโลประณามเหตุจับตาย 2 ศพ จี้คณะพูดคุยสันติภาพสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 เม.ย. พ.ต.อ. มนตรี คงวัดใหม่ ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายซุ่มยิงทหารพรานขณะเดินลาดตระเวน ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดกลางป่าพรุ เขตรอยต่อ เส้นทางสาย ต.ตาแกะ อ.ยะหริ่ง กับต.สะดาวา อ.ยะรัง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานพล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พ.อ.ภาคภูมิ นภากาศ ผบ.ทพ.22

ที่เกิดเหตุพบทหารพราน ร้อย ทพ.2215 จำนวน 8 นายยืนคุมเชิงป้องกันพื้นที่โดยรอบ หลังเกิดเหตุซุ่มยิงและพบเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 นาย ทราบชื่อ จ.ส.อ.พุทธรส ทบแป อายุ 40 ปี ถูกกระสุนปืนที่ขาขวา 1 นัด ถูกนำส่ง ร.พ.ยะรัง นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน ขจร 810 ยะลา โดยคนร้ายได้ดัดแปลงตัวเลข 8 เป็นเลข 9 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าเป็นของผู้ใด หรือเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมา

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุทหารพรานทั้ง 8 นายกำลังเดินลาดตระเวนเส้นทาง เพื่อป้องกันกลุ่มก่อความไม่สงบออกมาเคลื่อนไหว หลังหน่วยความมั่นคงแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้ว่าในพื้นที่อ.ยะหริ่ง อ.ยะรัง มีการเคลื่อนไหวของคนร้ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ในเขตพื้นที่อ.เมืองปัตตานี ปรากฏว่าเมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้พบความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยอยู่ในป่าข้างทาง จึงกระจายกำลังตรวจสอบ ทันใดนั้นได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นเจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนก่อนจะยิงตอบโต้ประมาณ 5 นาที ก่อนคนร้ายจะวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม โดยหนึ่งในคนร้ายได้กระโดดแม่น้ำว่ายขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงวิทยุขอกำลังเสริมเข้าปิดล้อมตรวจค้นทันที หลังเกิดเหตุพบว่ามี เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

ด้านพ.อ.ภาคภูมิ สั่งระดมกำลังร่วม 3 ฝ่ายกระจายกำลังไล่ล่าคนร้ายพร้อมปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทุกจุด โดยเฉพาะบ้านแนวร่วมที่มีบัญชีรายชื่อในสารบบ คาดคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ได้รับรายงานจากหน่วยข่าวว่าเข้ามาเคลื่อนไหว เพื่อเตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่วิสามัญผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 2 ศพ บริเวณเขตรอยต่อบ้านไอร์จือนะห์ หมู่ 5 กับบ้านธรรมเจริญ หมู่ 6 ต.โคกสะตอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระบุเป็นการยิงปะทะกันและไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ

ล่าสุดนายกัสตูรี มะห์โกตา แกนนำกลุ่มพูโล โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยได้ออกมาประณามเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว สรุปว่าขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สละชีพ นายอิสมาแอล ฮามะ และนายฮาซัน ฮูเซ็น ที่เสียชีวิต ซึ่งจากการรายงานทั้งสองเป็นสามัญชนทั่วไป จึงขอประณามการกระทำดังกล่าวและขอเรียกร้องให้คณะพูดคุยสันติภาพเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้อย่างโปร่งใสและยุติธรรม เพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด

ขณะที่กลุ่มด้วยใจ ได้แถลงถึงเหตุการณ์เดียวกันว่า เรื่องนี้ตามหลักสิทธิมนุษยชน เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องจับกุมและนำตัว ผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย แต่การกระทำของเจ้าหน้าที่ในบางเหตุการณ์อาจละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม กลุ่มด้วยใจจึงขอแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย และ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

1.พยานผู้เห็นเหตุการณ์การเสียชีวิตต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองและเยียวยา ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 การถามปากคำเด็กไว้ในฐานะเป็นผู้เสียหายหรือพยาน ให้แยกกระทำเป็นสัดส่วนในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนักจิตวิทยาหรือ นักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำนั้นด้วย

2.เนื่องจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ที่มีหมายจับยังเป็นที่คลางแคลงใจในหมู่ประชาชนส่วนหนึ่ง จึงขอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจที่มีความเป็นอิสระและมีความรู้ความเชี่ยวชาญที่เหมาะสม

3.ขอให้การสืบสวนสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินการไปได้โดยอิสระ เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายและไม่มีการชี้นำจากฝ่ายใด

ปัจจุบันสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้มีแนวโน้มที่ดีจากแนวทางของรัฐบาลที่ดำเนินการตามนโยบายการพูดคุยเพื่อสันติสุข และการยึดถือปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและนิติธรรม เพื่อให้ความสงบสุขในจังหวัดชายแดนใต้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน การตรวจสอบเรื่องการวิสามัญฆาตกรรมที่มีการกล่าวหาในครั้งนี้จะเป็นการสร้างแนวทางการปฏิบัติงานที่โปร่งใสและเป็นธรรม นำมาซึ่งการยอมรับและความเชื่อถือจากประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน