ผัวเครียดแทนเมีย โดนคำสั่ง ออกจากครู ตัดสินใจลาโลกสลด

ออกจากครู

ผัวเครียดแทนเมีย โดนคำสั่ง ออกจากครู ตัดสินใจลาโลกสลด

ออกจากครู – วันที่ 14 ก.ย. ที่บ้านพักบริเวณ บ้านหนองคู ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนางปิยะวดี ภูผานม ครูผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนาเด็กบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ นายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวนางปิยะวดี

หลังเกิดเหตุสลด นายนิยม ภูผานม อายุ 43 ปี สามีผูกคอเสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับพ่อแม่ ลูกเมีย และญาติเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตซึ่งมีสาเหตุมาจากความเครียดและซึมเศร้าสะสมมาหลายปี ที่ภรรยาถูกคำสั่งว.33 ซึ่งเป็นหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยให้ออกจากข้าราชการครู ทั้งนี้จะเคลื่อนศพประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณีที่วัดในเวลา 15.00 น.ของวันนี้

นายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องจากตนได้รับทราบปัญหาของครูผู้ดูแลเด็กทั่วประเทศมาหลายปี ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกันขับเคลื่อนและนำพาต่อสู้เรียกร้องสิทธิให้กับครูกลุ่มนี้ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรุงเทพมหานคร 8-9 ครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2557 ที่กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือเวียนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ครูผู้ดูแลเด็กองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกจากราชการโดยพลัน

นายสมคิด กล่าวอีกว่า จากคำสั่งดังกล่าว มีผลให้ครูผู้ดูแลเด็กทั่วประเทศ 98 โดยในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์มี 10 ราย ได้รับผลกระทบ และไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ร่วมกันยื่นหนังสือคัดค้านและยับยั้งคำสั่งดังกล่าวไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มีการทบทวนคำสั่งพร้อมทั้งชดเชยเยียวยาด้วย แต่ก็ยังมีคำสั่งดังกล่าวออกมาอีกหลายครั้ง

โดยครั้งล่าสุด หนังสือคำสั่งออกมาเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2562 ให้ออกจากราชการโดยพลัน ตนและกลุ่มครูผู้แลเด็กจึงได้ยื่นหนังสือคัดค้านเพิ่มเติมไปที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ยังเตรียมที่จะเดินทางไปขอคำตอบที่ชัดเจนในวันจันทร์ที่ 16 ก.ย. นี้

กลับได้ทราบข่าวร้าย ว่านายนิยม ภูผานม สามีนางปิยะวดี ภูผานม ครูผู้ดูแลเด็กผูกคอเสียชีวิต เนื่องจากภาวะเครียดและซึมเศร้า จากเหตุที่มีคำสั่งดังกล่าวที่ให้ภรรยาออกจากตำแหน่งหน้าที่ครู

ด้านนางปิยะวดี ภูผานม ครูผู้ดูแลเด็ก กล่าวว่า ตนผ่านการสอบเข้ามาเป็นครูผู้ดูแลเด็ก ด้วยความรู้ความสามารถ โดยทำงานที่ศูนย์พัฒนาเด็กบ้านโนนศิลาเลิง ตำแหน่งพนักงานจ้างตามภารกิจ ตั้งแต่ปี 2550 หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อ จนได้คุณวุฒิประกอบวิชาชีพครูประถมวัย และสอบบรรจุเป็นข้าราชการในปี 2555 ปัจจุบันได้รับเงินเดือน 27,000 บาท

ขณะที่นายนิยมสามี ประกอบอาชีพช่างซ่อมจักรยานยนต์และขายอะไหล่ในหมู่บ้าน มีบุตรด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นลูกชาย อายุ 10 ปี คนที่ 2 เป็นลูกสาว อายุ 7 ปี ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะหรือมีปัญหาในครอบครัว ส่วนเรื่องหนี้สินก็เป็นเรื่องธรรมดาประมาณ 1,500,000 บาท ซึ่งก็สามารถผ่อนชำระมาทุกเดือน รายรับรายจ่ายไม่มีอะไรติดขัด

นางปิยะวดี กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีคำสั่งออกมาเมื่อปี 2557 ว่าครูผู้แลเด็กทั่วประเทศ 98 คน พร้อมระบุรายชื่อออกมาด้วย ซึ่งตนก็มีรายชื่อหนึ่งในจำนวนนั้น จะถูกให้ออกจากราชการ ก็ได้นำมาเล่าให้นายนิยมสามีฟัง เพื่อปรับทุกข์ตามธรรมดาผัวเมีย หลังจากนั้นตนและกลุ่มครูผู้ดูแลเด็ก ก็ได้เคลื่อนไหวเพื่อขอความเป็นธรรม ซึ่งเรื่องก็เงียบหายไปพักหนึ่ง

ต่อมาก็มีคำสั่งลักษณะเดียวกันออกมาอีกหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งตนก็จะนำมาเล่าให้สามีฟังอีก ทำให้สามีรู้สึกเครียดไปกับตนด้วย บางครั้งเห็นท่าทางสามีออกจะเคร่งขรึมไป ตนคิดว่าคงคิดหนักและเครียดกับเรื่องของตนมาก และครั้งหลังสุด ที่ตนได้เล่าให้สามีฟัง ซึ่งสามีได้พูดออกมาดังๆว่า “อีกแล้วหรือ!? ทำไมเรื่องมันไม่จบไม่สิ้นเสียที!?”

เหตุการณ์ที่ตนและคนในครอบครัวไม่คาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้น เมื่อสามีได้ตัดสินใจผูกคอเสียชีวิต เพราะเครียดกับเรื่องที่ตนจะถูกให้ออกจาครู ทิ้งให้ตนต้องแบกรับภาระหนี้สินกว่าล้านบาทและเลี้ยงลูก 2 คนตามลำพัง ซึ่งเป็นผลพวงจากคำสั่ง ว.33 ที่ไม่เป็นธรรมกับครูผู้ดูแลเด็ก และเป็นข่าวร้ายที่ตามหลอกหลอนคนในครอบครัวของครูกลุ่มนี้ หากผู้มีอำนาจไม่เร่งแก้ไขคำสั่ง

“อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากให้เหตุการณ์คิดสั้นฆ่าตัวตายเกิดขึ้นกับครู หรือกับคนที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้อีก เพียงเพราะผู้ใหญ่มองข้ามคุณค่าของผู้ที่ชื่อว่าเป็นครูศูนย์เด็ก จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรม ก่อนที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบปลิดชีพสังเวยคำสั่งไม่เป็นธรรม เหมือนกับสามีที่ตัดสินใจผูกคอตาย” นางปิยะวดีกล่าว

บทความก่อนหน้านี้อ่วม! ‘ไอ้ด๊อน’ ฆ่าขืนใจเมียเพื่อนโดนอีกข้อหา หอบร่างสะบักสะบอมเข้ากรงขัง
บทความถัดไปชนาธิป แบกไม่ไหว คอนซาโดเล่ เปิดรังพ่าย ‘เวกัลตะ’ ศึกเจลีก