น้ำมูลเริ่มลด เปิดใช้แล้วถนนเชื่อม2อำเภอ วารินชำราบ – เมืองอุบลฯ
วารินชำราบ / จากกรณีที่พายุฝนยังถล่มหนักหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลน้ำป่าทะลักท่วมฉับพลัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังช่วยเหลือเต็มที่
ขณะที่ภาคอีสานบางจังหวัดน้ำลดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หน่วยงานภาครัฐ เร่งฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ส่วน จ.อุบลราชธานี แม้ระดับน้ำลดลงแล้ว แต่สภาพน้ำที่ท่วมขังยังสูงกว่า 1 เมตร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำแม่น้ำมูล เวลา 06.00น. ในจุด สะพานเสรีประชาธิปไตย (M7ชลประทาน) 114.56 ม.รทก. ระดับน้ำลดลง -11 ซ.ม. อัตราการไหล 3,753.00 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำวัดปากโดม 112.85 ม.รทก. ลดลง -14 ซ.ม. (น้ำล้นตลิ่ง) ระดับน้ำท้ายแก่งสะพือ 111.48 ม.รทก. ลดลง -14 ซ.ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง)

ระดับน้ำหน้าเขื่อนปากมูล 102.02 ม.รทก. ลดลง -11 ซ.ม.(ต่ำกว่าตลิ่ง) ระดับน้ำท้ายเขื่อนปากมูลบ้านหัวเห่ว 100.69 ม.รทก.ลดลง-9 ซ.ม. ระดับน้ำโขงสถานีวัดห้วยสะคาม โขงเจียม 97.00 ม.รทก. เพิ่มขึ้น/ลดลง -39 ซ.ม.(น้ำต่ำกว่าตลิ่ง)
ซึ่งในขณะนี้ทางการได้เปิดการจราจรบนถนนสถิตย์นิมานกาล ซึ่งเป็นถนนสายหลักเชื่อมระหว่างเทศบาลนครอุบลราชธานี กับเทศบาลเมืองวารินชำราบ ที่จมอยู่ใต้น้ำมานานเกือบ 2 สัปดาห์ ให้ประชาชนใช้เส้นทางสัญจรไปทำงานได้ตามปกติ ทั้ง 2 เลนแล้ว

วันเดียวกันพล.ต.กิตติศักดิ์ บุญพระธรรมชัย ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้าเข้าดูการทำงานของเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือ ซึ่งนำมาเสริมเครื่องผลักดันน้ำของกรมชลประทานที่สะพานข้ามแม่น้ำมูล บริเวณแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพื่อเร่งผลักดันน้ำที่ยังท่วมขังตามที่ลุ่มสองฝั่งแม่น้ำมูลในอ.เมือง วารินชำราบ สว่างวีระวงศ์ ตาลสุม และพิบูลมังสาหาร ลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น เพื่อให้ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำที่ถูกน้ำท่วมมากว่า 3 สัปดาห์ สามารถกลับเข้าใช้ชีวิตได้ตามปกติในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมให้เร็วที่สุด

ซึ่งขณะนี้ มีกรมชลประทานและกองทัพเรือได้มีการติดตั้งเครื่องและเรือผลักดันน้ำในแม่น้ำมูลรวม 2 จุด คือ สะพานข้ามแม่น้ำมูลในอ.พิบูลมังสาหาร และอ.โขงเจียม ซึ่งเป็นจุดไหลบรรจบระหว่างแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง รวมกันกว่า 300 เครื่อง และแต่ละเครื่องจะสามารถผลักดันน้ำได้เฉลี่ยวันละกว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร ทำให้เพิ่มการระบายน้ำจากปกติออกจากแม่น้ำมูลได้วันละกว่า 30 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับบริเวณแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร ที่ต้องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มจากเดิมอีก ก็เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเกาะแก่งกลางแม่น้ำมูลที่เป็นเสมือนเขื่อนกั้นแม่น้ำตามธรรมชาติ เมื่อน้ำจากด้านบนของตัวจังหวัดไหลลงมาถึงบริเวณดังกล่าว จะทำให้น้ำเกิดการชะลอตัว โดยระดับน้ำเหนือแก่งสะพือ จะมีระดับน้ำต่างจากตัวแก่งด้านล่าง 1-2 เมตร เมื่อมีการติดตั้งเครื่องและเรือผลักดันน้ำ จะช่วยให้การระบายน้ำข้ามแก่งสะพือได้สะดวกและเร็วขึ้น