วอนช่วย ‘น้องแอร์’ ด.ญ.อารยา โพธ์แก้ว อายุ 11 ปี ป่วยเป็นวัณโรคกระดูกสันหลัง นอนติดเตียงมานานกว่า 2 ปี ครอบครัวมีสามีคนเดียวที่หาเลี้ยง ภรรยาต้องออกจากงานมาดูแลลูกที่นอนป่วย และต้องดูแลพ่อที่เป็นอัมพฤกษ์ด้วยอีกคน
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายสมพร พริ้งเพราะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 บ้านสนวนนางแก้ว อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ว่า ในหมู่บ้านตนมีครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือ เนื่องจากลูกสาวป่วยเป็นวัณโรคกระดูกไขสันหลัง ต้องนอนติดเตียงมานานกว่า 2 ปี ทั้งครอบครัวมีพ่อคนเดียวที่หาเลี้ยง ส่วนภรรยาต้องออกจากงานมาดูแลลูกที่นอนป่วย และต้องดูแลพ่อที่เป็นป่วยอัมพฤกษ์ด้วยอีกคน มีรายได้ไม่พอจ่าย หวั่นอนาคตไม่มีเงินดูแลลูกและพ่อ แม้ทางการจะได้ช่วยเหลือมาโดยตลอดแล้วก็ตาม
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 57/1 ม.6 บ้านสนวนนางแก้ว ต.บึง อ.เขวาสินรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของนายจีร์ โพธิ์แก้ว อายุ 41 ปี และนางอวย สมบูรณ์ อายุ 38 ปี สองสามีภรรยา ตามที่ได้รับแจ้ง พบว่าทั้ง 2 คน กำลังดูแลน้องแอร์ หรือเด็กหญิงอารยา โพธิ์แก้ว อายุ 11 ปี ที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยภายในบ้านพอดี โดยน้องแอร์อยู่ในสภาพซูบผอม แขนขาลีบ ที่คอต้องเจาะใส่ท่อหายใจ และที่จมูกต้องใส่สายยางเพื่อให้อาหารเหลว โดยต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากต้องคอยพลิกตัวและคอยดูดเสลดที่คอออกตลอดเวลา
นายจีร์ บิดาของน้องแอร์ เล่าว่า ก่อนที่ลูกสาวตนจะป่วยจนต้องมานอนติดเตียงอยู่ทุกวันนี้ ตนและครอบครัวได้ไปทำงานรับจ้างกรีดยางที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยตอนนั้นลูกสาวก็ได้เข้าเรียนหนังสือที่นั่นในชั้น ป.2 ซึ่งน้องแอร์เป็นเด็กร่าเริง ชอบเรียนหนังสือมาก ขนาดตอนป่วยในระยะแรกตนก็ได้พาไปหาหมอเพื่อดูอาการแล้วแต่หาสาเหตุไม่เจอ ได้แต่ยามากิน ลูกสาวยังขอให้ตนอุ้มไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน จนกระทั่งไปไม่ไหว จึงพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชอยู่ 2 เดือน และต่อมาก็ได้ย้ายกลับรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์อีก 2 เดือน
ซึ่งอาการของโรคหมอแจ้งว่าไม่ลุกลามต่อไปอีกแล้ว แต่ลูกสาวตนก็ต้องนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยตลอด เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่สามารถพูดจาหรือรับประทานอาหารเองได้ ตนจึงได้พากลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้าน โดยภรรยาต้องออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว
ยังดีที่มีหน่วยงานราชการ ทั้งนายอำเภอ และอบต. ได้ช่วยจัดงบประมาณมาสร้างห้องนอนที่บ้านให้ใหม่ ซึ่งเป็นห้องปลอดเชื้อและทางโรงพยาบาลสุรินทร์ก็ยังได้ให้ยืมเตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์สำหรับดูดเสลดมาให้ลูกสาวได้นอนรักษาตัวที่บ้านอีกด้วย
ด้านนางอวย กล่าวว่า ตนลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกตั้งแต่ลูกเริ่มป่วยแล้ว เงินทองก็หมดไปกับการรักษา ทุกวันนี้ก็เหลือแต่สามีคนเดียวที่ไปทำงานหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่างต่างๆในบ้าน ซึ่งหลักๆก็มีค่าอาหารของลูก ค่าแพมเพิสที่ต้องเปลี่ยนทุกวัน และยังต้องดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์อีกคนด้วย โดยสามีไปทำงานรับจ้างที่โรงงานทำพลาสติกใน อ.จอมพระ ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ซึ่งก็ไม่พอค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน
โดยในวันนี้ตนก็ได้ไปปรึกษากับผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะไปขอกู้เงินกับหน่วยงานที่เขาสงเคราะห์คนพิการ เพื่อจะได้เงินมาช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านและหาอาชีพเสริมทำ และก็อยากจะขอวอนสังคมและผู้ใจบุญ ได้ช่วยเหลือตนและครอบครัวตนด้วย เพราะหากสามีซึ่งเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียวเป็นอะไรไป ไม่สามารถไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ ครอบครัวตนคงต้องลำบากอย่างแน่นอน โดยเฉพาะลูกที่ต้องนอนรักษาตัวอยู่บนเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป
ขณะที่ด้านนายวันชัย ศรีวงษ์ญาติดี นายอำเภอเขวาสินรินทร์ และนางจีราวรรณ ศรีวงษ์ญาติดี ภรรยา ซึ่งก็มาเยี่ยมครอบครัวของน้องแอร์ในวันนี้ด้วยก็ได้ กล่าวว่า ตนมาในนามของศูนย์ดำรงธรรม เพราะประชาชนเดือดร้อนที่ไหนเราก็ต้องรีบเข้าไปหา ตามนโยบายที่ท่านผู้ว่าฯได้ให้ไว้
ซึ่งในรายนี้ทางกาชาดจังหวัด ทางอำเภอ และทางพัฒนาสังคมฯ ก็เข้ามาดูและช่วยเหลือมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งในระยะยาวตนก็จะหาอาชีพมาให้ทางภรรยาของนายจีร์ ที่ต้องคอยดูแลลูกอยู่ที่บ้าน ได้ทำเป็นอาชีพเสริมรายได้อีกทาง ในขณะเดียวกันก็ได้อยู่บ้านเพื่อดูแลลูกได้อีกด้วย และตนก็จะพยายามหาทางขอเงินบริจาคจากทางอื่นมาเพื่อช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายอีกทางด้วย
ในขณะนี้หากท่านใดอยากช่วยเหลือครอบครัวของน้องแอร์ ก็สามารถบริจาคช่วยเหลือมาได้ที่ บัญชีของพ่อน้องแอร์ คือบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บัญชีออมทรัพย์ (โครงการ) สาขาเขวาสินรินทร์ เลขที่บัญชี 020095582054 ชื่อบัญชี นายจีร์ โพธิ์แก้ว ซึ่งก็จะเป็นการช่วยเหลือครอบครัวนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย


