วันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกลุ่มนักเรียนโดนฟ้าผ่าภายในโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนบ้านแม่กลองใหญ่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ขณะวิ่งหลบพายุฝนฟ้าคะนองที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน และหนึ่งในนั้นเป็นนักเรียนชายชั้น ป.6 อายุ 12 ปี อาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

อ่านข่าว ฟ้าผ่าเปรี้ยง! นักเรียนเจ็บ 18 คน หลังวิ่งหลบพายุฝนเข้าใต้ต้นไม้ใหญ่บนดอยอุ้มผาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ครูและนักเรียนออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง กลับก็เกิดฝนตกอย่างฉับพลัน ส่งผลทำให้ครูและนักเรียนต่างรีบวิ่งเข้าไปหลบฝนอยู่ภายในศาลาขนาดกลาง ซึ่งสร้างอยู่ติดกับต้นไม้สูงใหญ่ ใกล้กับอาคารเรียน แต่จู่ๆ ฟ้าก็ได้ผ่าลงมาที่ต้นไม้ใหญ่ข้างศาลาที่นักเรียนและครูกำลังหลบฝนอยู่เสียงดังสนั่น สิ้นเสียงฟ้าผ่าพบกลุ่มนักเรียนได้รับบาดเจ็บทั้งหมดรวม 35 ราย และมีอาการสาหัสหลายราย รวมทั้งครูผู้สอน 2 ราย ท่ามกลางความโกลาหล ครูที่ได้รับบาดเจ็บต่างแข็งใจรีบตรงเข้าไปช่วยเหลือชีวิตเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ช่วยกันลำเลียงเด็กไปไว้ในอาคารเรียนพร้อมทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และวิทยุขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

จนในเวลาต่อมาครูและชาวบ้านจึงช่วยกันนำเด็กนักเรียนลำเลียงขึ้นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ขับออกจากโรงเรียนลงจากภูเขาสูงเป็นระยะทางยาวไกลกว่า 60 กิโลเมตรจากตัวอำเภออุ้มผาง ใช้เวลาอยู่นานจึงสามารถนำตัวเด็กนักเรียนทั้งหมด นำมาส่งที่โรงพยาบาลอำเภออุ้มผาง ที่มีทีมแพทย์ต่างเตรียมความพร้อมอยู่ ก่อนทีมแพทย์และพยาบาลจะรีบช่วยกันคัดกรองผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 35 ราย แยกทำการรักษาตามอาการ ก่อนที่นักเรียนชายชั้น ป.6 วัย 12 ปี จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา และยังมีเด็กนักเรียน 6 ราย ยังคงต้องนอนรอดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลอุ้มผาง โดยมีแพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนที่เหลือแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้

หลังเกิดเหตุนายประทีป โพธิ์เที้ยม นายอำเภออุ้มผาง จ.ตาก พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมสำรวจความเสียหาย และสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งทำการเยียวยานักเรียนทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนดูแลรักษาสภาพจิตใจเด็กหลายคนยังคงตกอยู่ในอาการที่ยังไม่หายตกใจในวินาทีฟ้าผ่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน