เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 7 ต.ค. นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีช้างป่าบุกมาหาอาหารแล้วทำลายพืชไร่ของชาวบ้านในพื้นที่ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ บ้านน้ำโจน ม.12 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ตำรวจตชด. กว่า 40 นาย เดินทางไปตรวจสอบ
โดยพบว่าพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน เช่น สับปะรด ที่ปัจจุบันกำลังมีราคาแพงกิโลกรัมละ 10 บาท ถูกช้างป่าบุกเข้ามากัดกินเป็นบริเวณกว้างทำให้เกิดความเสียหายไปทั่ว เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับชาวบ้าน จัดตั้งจุดปฏิบัติการประสานงานกลางไร่สับปะรด จากนั้นแบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด หัว กลาง ท้าย ตั้งแนวเดินเท้าลาดตระเวนชายป่า เพื่อให้ช้างรู้ว่าห้ามลงไปสู่ด้านล่าง หากล้ำเขตเข้าไปในพื้นที่ของเกษตรกรใช้ประทัดลูกบอลจุดให้เกิดเสียงดัง ซึ่งจากการเดินเท้าเข้าตรวจสอบตามแนวชายป่า พบช้างป่าขนาดใหญ่จำนวน 5 ตัว กำลังเดินออกมาจากชายป่า จึงร่วมกันผลักดันช้างป่าให้กลับเข้าพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
นายสง่า คลับคล้าย ผญ.บ้าน ม.12 บ้านย่านซื่อ เล่าว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านซึ่งประกอบอาชีพการเกษตรปลูกสับปะรด ขนุน มะม่วง มะพร้าว ยางพารา ปาล์ม และกล้วย ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกช้างป่าจำนวนหลายเชือกลงมาจากภูเขา บุกทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากในป่าประสบปัญหากับภัยแล้ง ช้างจึงพากันลงจากภูเขาเพื่อหาแหล่งน้ำและอาหาร
ด้าน นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การที่ได้สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ร่วมกับทหาร ตำรวจ ชรบ.หมู่บ้าน และกำลังชาวบ้านในพื้นที่ในวันนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นในการบำบัดทุกข์ให้กับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกช้างป่าลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์กำลังประสบปัญหาสภาวะภัยแล้ง จึงต้องช่วยกันผลักดันช้างไม่ให้ลงมาจากภูเขา และหลังจากนี้จะได้หามาตรการดำเนินการแก้ปัญหาช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบและช้างป่าที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้งในป่าตามลำดับ


