ผวา โควิด! ฝรั่งสวีเดนนับร้อยโผล่เที่ยวประจวบฯ นายอำเภอสั่งกักตัวด่วน เผยมาพักผ่อนช่วงไฮซีซั่นกว่า 100 คน ใช้มาตรการกักตัว 14 วัน
โควิด/ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้วางแผนเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยจัดซ้อมแผนเหมือนจริง หลังพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางมาจากประเทศพื้นที่เสี่ยงที่ติดเชื้อโควิด-19 เข้าพื้นที่ ต.ห้วยยาง เพื่อต้องการ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พนักงานควบคุมโรคติดต่อในระดับหมู่บ้าน หน่วยงานคัดกรองระดับตำบล และระดับอำเภอ ให้ทราบแนวทางปฎิบัติสามารถทำงานได้ทันที
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

มีการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องรวดเร็ว สำหรับการกำหนดซ้อมแผนที่ ต.ห้วยยาง เนื่องจากมีชาวต่างชาติกลุ่มประเทศสวีเดน และจากแถบสแกนดิเนเวียจำนวนมาก เข้ามาอาศัยพักผ่อนตากอากาศในคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรร 6 โครงการ
“ล่าสุดทราบว่าจะเดินทางมาพักผ่อนในช่วงไฮซีซั่นมากกว่า 100 คน หากมีการเดินทางมาจากต่างประเทศ ก็จะใช้มาตรการกักตัว 14 วันทั้งหมด ขณะเดียวกันได้แจ้งข้อปฏิบัติหรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่อาศัยในพื้นที่ ต.ห้วยยาง มีการจัดทำทะเบียนประวัติชาวต่างชาติทั้งหมด พร้อมลงพื้นที่เพื่อจัดตั้งเวทีพูดคุยให้ทราบข้อปฏิบัติ นอกจากนั้นอำเภอจัดเจ้าหน้าที่ส่องข้อมูลในสังคมโซเชียลเพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม และจะชี้แจงตอบโตทันทีหากโพสต์ข้อมูลเท็จจริงจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19” นายปรีดา กล่าว
นายเชิดชาย สุธรรมารักษ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะแก กล่าวว่า ได้หารือกับนิติกร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) รวบรวบพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ต.ห้วยยาง เสนอข้อมูลเท็จในสังคมโซเชียล ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแตกตื่น มีความกังวลกรณีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยโพสต์มีพนักงานร้านสะดวกซื้อติดเชื้อ 1 คน กักตัวไว้ดูอาการแล้ว 3 คน
จากนั้นจะปิดร้านสะดวกซื้อ 2 แห่ง ในพื้นที่ ต.ห้วยยาง ล่าสุดได้แจ้งให้ประชาชนทราบว่ามีการโพสต์ข้อมูลเท็จ ส่วนสาเหตุที่โพสต์ดังกล่าวเพื่อสร้างความตื่นตระหนก มาจากปัญหาผู้โพสต์ขายหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊กรายหนึ่งใน ต.ห้วยยาง ถูกชาวโซเชียลตำหนิอย่างรุนแรงจากการประกาศขายหน้ากากอนามัยเกินราคาที่กำหนด จึงทำให้ไม่พอใจจึงโพสต์ข้อมูลเท็จสร้างกระแส
