ผอ.แขวงทางหลวงลำปางยืนยันต้องทุบหลักกิโลเมตรยักษ์สูง 14 เมตร บริเวณสี่แยกภาคเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง มูลค่า 2.89 ล้านบาท เผยเป็นอุปสรรคในการขยายทางสร้างสะพานยกระดับเตรียมใช้ พ.ร.บ.ทางหลวงดำเนินการได้ทันที เผยไม่ได้รับอนุญาตให้สร้างตั้งแต่แรกแล้ว
กรณีก่อสร้างถนนยกระดับเชื่อมโยงกับวงแหวนของ จ.ลำปาง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการประมาณปี 2561 ทำให้ต้องทุบหลักกิโลเมตรยักษ์ที่ใช้งบประมาณก่อสร้าง 2.89 ล้านบาท บริเวณสี่แยกภาคเหนือ ซึ่งเป็นประตูที่จะเดินทางเชื่อมโยงไปหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ซึ่งภายหลังที่มีข่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีกระแสทางสื่อสังคมออนไลน์ ในกลุ่มลำปางซิตี้ ซึ่งสมาชิกหลักเป็นชาวลำปาง กว่า 1 แสนคน ต่างแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง มีทั้งต้องการให้ทุบเพื่อรับความเจริญเข้ามาในพื้นที่และไม่อยากให้ทุบ เพราะหลักกิโลเมตรยักษ์ถือเป็นแลนมาร์คของลำปาง ทำให้ทราบว่าที่นี่คือจ.ลำปาง นั้น
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายเอกนรินทร์ จินทะวงศ์ ผอ.แขวงทางหลวงลำปางที่ 1 เปิดเผยว่า ในระยะเวลา 6 ปีที่จะถึงนี้ จ.ลำปางจะมีการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบนอก จึงต้องสร้างทางยกระดับข้ามบริเวณสี่แยกเชียงใหม่และสี่แยกภาคเหนือ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกายภาพทางแยกไม่ดีมาตั้งแต่ต้น เพราะมีสะพานข้ามแม่น้ำวังขนาดใหญ่อยู่ใกล้กับทางแยก มีสี่แยกไฟแดงใกล้กันมาก การแก้ปัญหารถติดในบริเวณดังกล่าว ทางผู้ออกแบบจึงจัดทำโครงการสร้างสะพานยกระดับ ตั้งแต่สะพานข้ามแม่น้ำวังนาก่วม ข้ามแยกไฟแดงเชียงใหม่และข้ามแยกไฟแดงภาคเหนือ โดยไม่ติดไฟแดงเพื่อเข้าสู่เส้นเลี่ยงเมืองได้เลย เป็นการเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนสายอื่นให้สมบูรณ์ในปี 2566 สำหรับคนที่จะเดินทางไป จ.ตาก จ.กรุงเทพฯ จะมีทางเบี่ยงซ้ายอ้อมลงใต้สะพาน เพื่อไปติดไฟแดงมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 1
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสร้างทางยกระดับแล้ว เหตุใดยังมีการติดไฟแดงอยู่ เป็นเพราะกายภาพของทางแยกไม่เอื้อต่อการทำจุดทางโค้ง และทางกลับรถเต็มรูปแบบ เนื่องจากต้องมีการเวนคืนบ้านเรือนจำนวนมากและใช้เงินงบประมาณมหาศาล
นายเอกนรินทร์ กล่าวต่อว่า เรื่องหลักกิโลเมตรยักษ์ได้ปรึกษากับทีมผู้ออกแบบ หากสร้างสะพานยกระดับผู้ออกแบบยืนยันว่า หลักกิโลเมตรยักษ์ได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะต้องขยายโครงสร้างเป็นตัวตอม่อต่างๆ จะต้องทำชิดเขตทางด้านใน
ซึ่งตัวหลักกิโลเมตรยักษ์ไม่ใช่โครงการที่สามารถจะตัดเฉือนออกบางส่วนได้ ถ้าโดนเฉือนไปนิดหน่อยก็ต้องทุบออกอยู่ดี เมื่อทำสัญญาก่อสร้างและดำเนินการตามสัญญา คาดว่าเริ่มวันที่ 1 ต.ค.60 ทางวิศวกรจะสรุปปัญหาและอุปสรรคแจ้งเข้ามาที่แขวงทางหลวง เมื่อพบว่าหลักกิโลเมตรยักษ์เป็นปัญหาอุปสรรคก็จะต้องดำเนินการรื้อถอน ซึ่งการรื้อมีเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 37 สรุปได้ว่า ไม่ว่าการขออนุญาตในเขตทางหลวงจะถูกหรือผิด หากกรมทางหลวงมีความจำเป็นแก่งานทาง สามารถรื้อถอน ทำลาย ได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายได้
“เข้าใจความรู้สึกของคนลำปาง ที่รู้สึกผูกพันกับหลักกิโลยักษ์ เพราะสร้างมานาน 9 ปีแล้ว การที่จะหายไปคงต้องทำใจระดับหนึ่ง ซึ่งทางผู้ว่าฯท่านก็เป็นห่วง ได้สอบถามมาว่าจะต้องรื้อออกหรือไม่ เมื่อมองดูความจำเป็นแล้วก็ต้องย้อนถามกลับว่า หลักกิโลเมตรยักษ์มีความจำเป็นอย่างไร ที่เห็นได้ชัดคือหลักกิโลเมตรยักษ์มีไว้สำหรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเท่านั้น ไม่ได้เป็นอาคารควบคุมการจราจรอยู่ด้านใน หรือมีอะไรพิเศษเลย” ผอ.แขวงทางหลวงลำปางที่ 1 กล่าว
จากที่มีคนสอบถามเข้ามามากมายว่าทำไมกรมทางหลวงไม่ดูแล ไม่ทำความสะอาด ไม่ตกแต่งตัดหญ้า เรื่องนี้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวง ขอชี้แจงว่าถึงแม้ว่าสถานที่จะเป็นของกรมทางหลวงก็จริง แต่ภารกิจของหลักกรมทางหลวงเป็นการปรับปรุงซ่อมทาง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย ซึ่งการดูแลหลักกิโลเมตรยักษ์ไม่ใช่ภารกิจของกรมทางหลวง
หลักกิโลเมตรยักษ์สี่แยกห้าเชียงสู่ประตูล้านนา มีขนาดสูง 14 เมตร กว้าง 7 เมตร ตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกภาคเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2551 ใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า อ.แม่เมาะ 2.89 ล้านบาท โดยนายดิเรก ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางในสมัยนั้น มองว่าเส้นทางสายนี้สามารถไปสู่เชียงใหม่ เชียงราย เชียงตุง เชียงรุ่ง และเชียงทองได้ จึงมีความคิดว่าหลักกิโลยักษ์จะเป็นจุดเริ่มต้นศูนย์กลางของภาคเหนือตอนบน และเป็นสัญลักษณ์ของการกำหนดเมืองลำปาง
ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 1 เชียงใหม่ มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดไม่อนุญาตให้ก่อสร้าง เนื่องจากเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อการใช้รถใช้ถนน เพราะบริเวณที่ก่อสร้างหลักกิโลเมตรอยู่ติดกับแยกไฟแดงและสถานที่จอดรถไม่สะดวกมากนัก แต่การก่อสร้างก็ได้ดำเนินต่อไปจนแล้วเสร็จ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงแต่อย่างใด


