ผวจ.ภูเก็ต ออกประกาศด่วน! สั่งปิดตำบลกะทู้ ห้ามคนเข้าออก-สกัด โควิด ยกเว้นรถขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องมือแพทย์ ยานพาหนะกู้ชีพ กู้ภัย รถพยาบาล รถฉุกเฉินทางการแพทย์

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดภูเก็ต ออกคำสั่งปิดเพิ่มในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พิ่มเติม อีก 1 พื้นที่ หลังก่อนหน้านี้มีคำสั่งปิดพื้นที่ไปแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต และต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งในคำสั่งดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

เกาะติดข่าวโควิด กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account
เพิ่มเพื่อน

คำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 1831/2563 เรื่องปิดสถานที่และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19 พื้นที่ต.กะทู้ อ.กะทู้

โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ในปัจจุบันได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางออกไปหลายประเทศทั่วโลก กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ชื่อและอาการของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ลงวันที่ 26 ก.พ.2563 กำหนดให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ฉบับลงวันที่ 25 มี.ค.2563

จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในจ.ภูเก็ต พบยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเทศบาลตำบลราไวย์มีหนังสือเสนอมาตรการแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามหนังสือเทศบาลตำบลกะรนที่ ภก.52801/470 ลงวันที่ 3 เม.ย.2563 ผวจ.ภูเก็ตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 17/2563 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2563 จึงออกคำสั่งไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 เนื่องจากพื้นที่ต.กะทู้ อ.กะทู้ เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนั้นแพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้อื่น จึงห้ามประชาชนเข้าไปหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่ยานพาหนะสำหรับการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคแก๊สหุงต้มน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องมือแพทย์ ยานพาหนะกู้ชีพ กู้ภัย รถพยาบาล รถฉุกเฉินทางการแพทย์ รถที่ใช้สำหรับภารกิจของทางราชการ รถขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์ ทั้งนี้ผู้ได้รับอนุญาตยกเว้นหรือผ่อนผันต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อโดยเคร่งครัด

ข้อ 2 กำหนดจุดตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ตามแผนที่แนบท้ายคำสั่งดังนี้
(1)จุดตรวจคัดกรองบริเวณรอยต่อตำบลกะทู้ – ตำบลรัษฎา ตั้งอยู่ ณ ถนนพระภูเก็จแก้ว ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้
(2)จุดตรวจคัดกรองบริเวณรอยต่อตำบลกะทู้ – ตำบลวิชิต ตั้งอยู่ ณ ถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้
(3)จุดตรวจคัดกรองบริเวณรอยต่อตำบลกะทู้ – ตำบลวิชิต ตั้งอยู่ ณ ถนนเหมืองเจ้าฟ้า ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้
(4)จุดตรวจคัดกรองบริเวณรอยต่อตำบลกะทู้ – ตำบลเกาะแก้วตั้งอยู่ ณ ถนนกะทู้-นาเกาะ ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้

โดยมอบหมายให้นายอำเภอกะทู้ สภ.ธรกะทู้ และเทศบาลเมืองกะทู้ จัดประกอบกำลังเป็นชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจคัดกรองดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอที่นายอำเภอมอบหมายในพื้นที่เป็นหัวหน้าชุดปฎิบัติการประจำจุดตรวจคัดกรองดังกล่าว และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกระทู้หรือผู้ที่ผู้กำกับมอบหมายให้เป็นรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจคัดกรองดังกล่าว

ข้อ 3 ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อพิจารณาตรวจคัดกรองบุคคลที่ผ่านจุดตรวจคัดกรองตามข้อสองเพื่อป้องกันและควบคุมโรคตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 (ฉบับที่1 )ลงวันที่ 25 มี.ค.2563

ข้อ 4 มาตรการป้องกันและควบคุมการแพทยระบาดของโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังต่อไปนี้
1.ให้สำนักงานสาระสุขจังหวัดภูเก็ตร่วมกับอำเภอกะทู้และเทศบาลเมืองกะทู้จัดบุคคลเข้าไปตรวจวัดไข้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลกะทู้ทุกคน หากพบผู้ใดมีอาการซึ่งเข้าข่ายต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะต้องถูกส่งไปแยกกับกักกันหรือคุมไว้สังเกตอาการยังสถานที่ที่จังหวัดกำหนด

2.ให้เทศบาลเมืองกระทู้ทำความสะอาดสถานที่สาธารณะถนนบ้านพักอาศัยร้านค้าในเขตพื้นที่ตำบลกะทู้ โดยการฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน

3.ตามที่จังหวัดได้มีคำสั่งปิดโรงแรมแล้วตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 1797 / 2563 ลงวันที่ 2 เม.ย.2563 หากมีโรงแรมใดในพื้นที่ตำบลกะทู้จำเป็นจะต้องให้พนักงานเข้าไปปฏิบัติงานด้านการบัญชี การซ่อมบำรุงหรืออื่นๆ ให้โรงแรมจัดหาที่พักภายในโรงแรมให้พนักงานจนกว่าจะปฎิบัติหน้าที่แล้วเสร็จ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายพนักงานซึ่งอาจเป็นพาหะในการกระจายของโรค

4.ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตน เพื่อป้องกันตนเองจากการรับเชื้อและอาจเป็นพาหะในการกระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปยังบุคคลอื่นอีก

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือจะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจให้ใช้สิทธิ์โต้แย้งได้ตามความมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้อาจจะเป็นความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ. 2558 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับและอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 548 ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 (ฉบับที่หนึ่ง)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน