ลูกเรือประมง ติดค้างในมาเลย์ ว่ายน้ำหนีกลับไทย

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ตำรวจน้ำสตูล นำเรือตรวจการณ์ รน.28 เข้าช่วยเหลือแรงงานไทยในมาเลเซีย หลังว่ายน้ำหนีกลับเข้าฝั่งประเทศไทย ด้าน จ.สตูล ด้วยสภาพอิดโรย โดยลัดเลาะมาตามเส้นทางธรรมชาติ นาน 2 วัน ทราบชื่อ นายรัตนพล พันอุ่น อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131/6. ถนนราษฎร์อุทิศ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ไปทำงานเป็นลูกเรือประมงที่มาเลเซีย

นำตัวลูกเรือไปตรวจร่างกาย

ด้าน พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช สารวัตรตำรวจน้ำสตูล เปิดเผยว่า ลูกเรือประมงคนดังกล่าวเดินทางมา ตามริมตะเข็บเขตแดน ระหว่างรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย กับ ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งเป็นทางธรรมชาติ เขาเดินมา 2 วัน มาถึงตรงบ้านคลองก่ำ ซึ่งตรงนั้นมีคลองกว้างประมาณ 100 เมตร คงประเมินแล้วว่าน่าจะว่ายน้ำข้ามมาได้ เลยว่ายน้ำมา ว่ายมาได้ครึ่งทาง ซึ่งวันนั้นน้ำค่อนข้างแรง ทำให้เขาหมดแรง จึงขอความช่วยเหลือ บังเอิญมีเรือประมงเล็ก ๆ วิ่งผ่านมาพอดี

เรือประมงลำนั้นมีเด็ก 2 คน ซึ่งเด็กไม่กล้าพาขึ้นเรือเพราะกลัวโควิดเหมือนกัน จึงให้เกาะขอบเรือพาไปส่งข้ามฝั่ง มีขนำเล็ก ๆ อยู่หลังนึง แล้วเด็กก็โทรไปประสานกับประธานชุมชน ซึ่งอยู่ที่ซอยปลาเค็ม ทางประธานชุมชนจึงแจ้งให้ทางตำรวจน้ำเข้าไปช่วยเหลือ หลังจากได้รับแจ้งจึงแจ้งไปยังศูนย์นเรนทร แล้วสั่งการให้เรือรน.28 เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ออกไปช่วยเหลือ

พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช

พ.ต.ท.บรรเจิด กล่าวต่อว่า จากการประเมินคนไข้ พบว่าเขาหมดแรง เพราะไม่ได้กินอาหารมา 2 วันแล้ว จึงให้น้ำให้อาหาร พอฟื้นก็พาลงเรือกลับเข้าฝั่งที่สถานีตำรวจน้ำสตูล จากนั้นศูนย์นเรนทรได้จัดรถโรงพยาบาล ที่มีชุดป้องกันมารอรับไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ ปรากฏว่าอุณหภูมิปกติ ไม่มีไข้ ทางโรงพยาบาลจึงให้กักตัว 14 วันที่บ้าน แต่วันนี้ล่าสุดเขาแจ้งมาว่า ทางเทศบาลได้ไปรับตัว นำไปกักในพื้นที่ที่เตรียมไว้ให้แล้ว

พ.ต.ท.บรรเจิด กล่าวอีกว่า ลูกเรือคนดังกล่าวบอกว่า เขาอยู่ที่นั่นเกือบ 20 วันแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้กลับเลย ทางสถานทูตก็ยังไม่ได้เจอ และบอกว่ายังมีลูกเรือประมงอีกเยอะที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ติดค้างอยู่ที่เปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย แต่ยังรออยู่ที่นั่น เขาจึงตัดสินใจมาคนเดียว สำหรับระยะทางจากรัฐเปอร์ลิส มายังสตูล ประมาณ 10 กิโลเมตร เขาเดินมาตามเส้นทางธรรมชาติที่มีสภาพรก แล้วว่ายน้ำข้ามประมาณ 100 กว่าเมตร

พ.ต.ท.บรรเจิด กล่าวต่อว่า พอสถานการณ์ยิ่งนานขึ้น กรณีแบบนี้จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะกดดันตัวเอง ไม่รู้ว่าจะได้กลับเมื่อไหร่ ก่อนหน้านี้ก็มีคนโทรมาถามเหมือนกัน จึงบอกให้รอติดต่อสถานทูตให้ได้ ลงทะเบียนให้เรียบร้อย เพื่อจะได้พากลับอย่างถูกกฎหมาย ส่วนเรื่องกักตัว เขาก็ยินดีที่กลับมาจะกักตัวตามกระบวนการ ซึ่งทางตำรวจน้ำกับทางศรชลจังหวัดสตูล พยายามผนึกกำลังกับหน่วยงานต่างๆ ออกตรวจร่วมกันอยู่เฝ้าระวังอยู่ เพราะมีหลายเคส ยิ่งนานก็ยิ่งกดดัน และกล้าที่จะเสี่ยงหลบหนีเข้ามา จึงจะนำกรณีนี้เสนอที่ประชุมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน