ทบ.ให้รอผลสอบข้อเท็จจริงทหารชุดปราบปรามยาเสพติด เผยชายแดน “นครพนม” ยาบ้า-สินค้าเกษตรเถื่อน-หน้ากากอนามัยทะลัก “บิ๊กแดง”ย้ำใช้กฎการปะทะ

วันที่ 20 เม.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารจากกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ปฏิบัติหน้าที่ในกองอำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าจับกุม 2 พี่น้อง ที่อำเภอพระธาตุพนม จ.นครพนม มีการซ้อมจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คนว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดูถึงสาเหตุและที่มาที่ไปของเหตุการณ์ ซึ่งทุกเรื่องมีข้อมูลอยู่แล้ว รอผลสรุปการสอบสวนก่อนว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า มีการมองว่าการเสียชีวิตของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุนั้น พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวและว่า ต้องว่าไปตามข้อมูล ข้อเท็จจริงในวันนั้น ว่าเป็นมาอย่างไร ญาติของผู้ที่เสียชีวิตและครอบครัวรับรู้ และหน่วยได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า ในการประชุม ประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนช์ กับผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศที่มี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน ไม่ได้พูดในประเด็นนี้ แต่เป็นการกำชับในภาพรวมของการปฏิบัติหน้าที่ สำหรับการทำงานของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรีที่เป็นหนึ่งในกองกำลังชายแดนในห้วงที่ผ่านมา ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดชายแดน มีทั้งยาบ้า พืชผลเกษตรที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย รวมถึงหน้ากากอนามัยล็อตใหญ่

มีรายงานด้วยว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ กำชับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารในภารกิจป้องกันและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย และยาเสพติดทำงานด้วยความรัดกุม เน้นมาตรการจากเบาไปหาหนัก และยึดกฎการปะทะ 7 ข้อ

แหล่งข่าวจากกองทัพบก ระบุว่า การปราบปรามยาเสพติด ถือเป็นภารกิจหนึ่งของชุดเฉพาะกิจทหารตามแนวชายแดน ซึ่งจะมีอยู่ทุกกองทัพภาค เช่นเดียวกับ กองกำลังลังสุรศักดิ์มนตรี หรือกองพลทหารราบที่ 3 (พล ร.3) ได้จัดชุดเฉพาะกิจสกัดกั้นยาเสพติด ที่จัดตั้งมาจากชุดปฏิบัติการป้องกันชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ช.อ.น.) ของกองพลทหารราบที่ 3 ที่ทำหน้าที่ดูแลจับกุมยาเสพติดตามแนวชายแดน 5 จังหวัดชายแดน อาทิ จ.เลย,หนองคาย ,บึงกาฬ ,นครพนม และมุกดาหาร

“การออกลาดตระเวนหาข่าวตามแนวชายแดน ต้องทำอย่างเข้มข้น เพราะในช่วงวิกฤกตโควิด-19 นี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้ไปปฏิบัติงานในส่วนของพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทำให้กำลังมีน้อย จึงเป็นช่องว่างให้ทางผู้ที่ลักลอบนำยาเสพติดลักลอบเข้ามาในประเทศ ซึ่งมีทั้งผู้ค้า และผู้เสพที่อาศัยช่องว่างตรงนี้ในการกระทำความผิด” แหล่งข่าว ทบ.กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน