กลุ่มวัยรุ่นเข้ามอบตัว หลังเจ้าของบริษัททำเฟอร์นิเจอร์แจ้งความ โดนทำร้ายร่างกาย เหตุจากเตือนไม่ให้ปัสสาวะใส่กำแพง จี้ตำรวจพิสูจน์อาวุธปืน

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 10 มิ.ย. นายแบรนด์ โสรัฐไบเยอร์ อายุ 33 ปี เจ้าของ บริษัททำเฟอร์นิแจอร์ แห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม กับ ร.ต.อ.รัชชานนท์ ฟักเงิน รอง สว.สอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ภายหลังจากที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น เข้ามารุมทำร้ายร่างกายพร้อมกับใช้อาวุธปืนข่มขู่ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณซอยด่านสำโรง 60 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ 17.00 เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นายแบรนด์ โสรัฐ ไบเยอร์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ทราบว่ามีห้องเช่าอยู่ใกล้กับโรงงานของตนได้เดินมามาปัสสาวะที่หลังบริษัทตนเองจึงเข้าไปสอบถามว่าทำไมมาปัสสาวะแบบนี้ ไม่เข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องพัก เพราะไม่ได้ไกลกันมาก ขณะที่เพื่อนของคนที่ปัสสาวะได้มาบอกว่าจะเอาน้ำมาราดให้ ก่อนที่จะพากันเดินกลับไป

ปืนขู่ เจ้าของร้านทำเฟอร์นิเจอร์

จากนั้นช่วงเย็นกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในอาการมึนเมาได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหาเรื่องที่หน้าบริษัท ก่อนที่จะใช้ปืนมาข่มขู่และรุมทำร้ายร่างกายตนเอง จนเกิดเหตุการชุลมุน ตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ต่อมาจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจเนื่องจาเกรงว่าตนเองจะไม่ปลอดภัยเนื่องจากมีโรงงานอยู่ภายในซอยดังกล่าวใกล้กับที่พักของคู่กรณี

ขณะที่นายอ๊อด นุกรัมย์ หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนเองนั่งดื่มสังสรรค์อยู่กับรุ่นน้อง ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุไม่มากนัก ระหว่างนั้นรุ่นน้องได้เดินเข้าไปปัสสาวะ หลังบริษัท ของคู่กรณี ซึ่งคือนายแบรนด์ โสรัฐ ไบเยอร์ ก่อนที่นายนายแบรนด์ โสรัฐ ไบเยอร์ จะเข้ามาต่อว่า รุ่นน้องที่เข้าไปปัสสาวะบริเวณดังกล่าว ด้วยเข้าใจผิดคิดว่า นายแบรนด์ มาหาเรื่อง จึงได้ยกพวกไปรุมทำร้ายตามคลิปที่ปรากฎ ส่วนอาวุธปืนนั้นตนเองไม่รู้ไม่เห็นว่าเป็นของใครและใครเป็นคนถือ

ขณะที่ พ.ต.ท.มงคล พฤกษชาติ รอง ผกก.สอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำของผู้เสียหาย พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทราบว่า ผู้ก่อเหตุที่เข้าไปรุมทำร้ายผู้เสียหาย มีด้วยกัน 3 คน มีบ้านพักอาศัยอยู่ภายในซอยดังกล่าว ก่อนที่ตำรวจ จะติดตามตัวมาสอบสวน ชั้นสอบสวนหมดรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ และ ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ส่วน ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งเพิ่มเติมได้ เนื่องจากยังไม่พบอาวุธปืนที่เป็นหลักฐานนำมาไปก่อเหตุ

นางสาวอนุธิดา เรือนทองดี อายุ 20 ปี กล่าวว่า หลังกลุ่มก่อเหตุเข้ามาพบตำรวจ พร้อมกับได้ นำอาวุธปืนมามอบให้กับตำรวจ แต่เป็นอาวุธปืนบีบีกัน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ใช่กระบอกเดียวกันกับที่นำมาก่อเหตุ อย่างแน่นอน ขณะเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แจ้งข้อหาอาวุธปืนเพิ่มเติม ตนจึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็น

ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวตนเองได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชา ทำคดีให้ตรงไปตรงมา และไม่มีการช่วยเหลือฝ่ายไหนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ในส่วนหนึ่งผู้ต้องหาก็ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่ไหนที่ผู้เสียหายไม่สบายใจก็จะเร่งเสาะหาให้เร็วที่สุด จึงขอให้สบายใจได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน