กลุ่มแม่บ้านสะแกซำบุรีรัมย์ประยุกต์ลวดลายพรมเช็ดเท้าจากเศษผ้า เป็นรูปการ์ตูน ผลไม้ ดอกไม้ และสัตว์นานาชนิดดึงดูดลูกค้า ทั้งพัฒนาให้คงทนสามารถซัก ปั่นเครื่องแล้วคืนรูปได้หวังเพิ่มมูลค่าแข่งขันตลาด ปัจจุบันสร้างรายได้เข้ากลุ่มเดือนละกว่า 6 หมื่นบาท ทั้งสร้างงานให้กับกลุ่มแม่บ้านในชุมชน
(10 ต.ค.59) กลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ ตำบลสะแกซำ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ใช้ช่วงว่างเว้นจากการทำนารวมกลุ่มกันเย็บพรมเช็ดเท้าจากเศษผ้า เป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปออกจำหน่ายตามงานจัดแสดงสินค้า และตลาดถนนคนเดิน เป็นรายได้เสริมเข้าครัวเรือน แต่ปัจจุบันมีการแข่งขันด้านการตลาดค่อนข้างสูง ประกอบกับมีผู้หันมาผลิตพรมเช็ดเท้าออกมาวางจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น กลุ่มแม่บ้านจึงได้ไปอบรมหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด และดึงดูดใจลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น จึงได้นำไอเดียหันมาประยุกต์ลวดลายของพรมเช็ดเท้าให้สวยงามและทันสมัยมากขึ้น ทั้งเป็นรูปการ์ตูน ผลไม้ ดอกไม้ และรูปสัตว์นานาชนิด เช่น สุนัข จระเข้ ปลาโลมา หรือตามแต่ลูกค้าจะสั่งทำ โดยจะเน้นลวดลายที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร และนอกจากความสวยงามแล้วยังต้องคงทนเหนียวนุ่มมีคุณภาพด้วย จึงได้ใช้พื้นพรมที่มีมาตรฐานและพรมเช็ดเท้าทุกผืนจะต้องสามารถแช่น้ำ ซักเครื่อง และปั่นแห้งแล้วคืนรูปได้ โดยพรมเช็คเท้าที่ทอเสร็จจะขายตั้งแต่ราคาผืนละ 25 – 299 บาท แล้วแต่ขนาดและความยากง่ายของลวดลาย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ปัจจุบันมียอดขายวันละ 2 – 3,000 บาท สร้างรายได้เข้ากลุ่มเฉลี่ยเดือนละกว่า 60,000 บาท ทำให้แม่บ้าน และผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกกลุ่มมีรายได้เสริมจากการทอผ้าเช็ดเท้าขายเฉลี่ยคนละ 5 – 6,000 บาทต่อเดือน หากใครสนใจสั่งซื้อพรมเช็ดเท้าลวดลายทันสมัย และสามารถซักได้ไปใช้หรือขายต่อ ก็สามารถติดต่อซื้อได้ที่กลุ่มทอพรมเช็ดเท้าสะแกซำ ตั้งอยู่เลขที่ 59 ม.8 ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ หรือโทรติดต่อได้ที่หมายเลข 086 – 2528021
ด้าน น.ส.รัชฎาภรณ์ เรืองรัมย์ ประธานกลุ่มทอพรมเช็ดเท้าสะแกซำ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกลุ่มได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์พรมเช็ดเท้าให้มีคุณภาพ และลวดลายที่สวยงามทันสมัยแล้ว แต่จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้ประสบปัญหาเรื่องการตลาด ทางกลุ่มแม่บ้านก็อยากฝากให้หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องตลาดให้กว้างมากขึ้นกว่านี้ เพื่อเพิ่มช่องการจำหน่าย เชื่อว่าหากมีตลาดกว้างขึ้นก็จะมีออเดอร์สั่งทำหรือส่งจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย และหากมีออเดอร์สั่งทำมากขึ้น ยังจะสร้างงานให้กับกลุ่มแม่บ้านและผู้สูงอายุในหมู่บ้านที่จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่ม ทั้งยังช่วยลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานไปททำงานต่างถิ่นอีกด้วย