แม่เฒ่า77 ชาวโคราช วอนนายกฯบิ๊กตู่ช่วยเหลือ เพื่อนบ้านแสบโกงที่ อาสาไปออกโฉนดให้ แต่ใส่เป็นชื่อตัวเองแทน แล้วเอาที่ไปจำนอง
วันที่ 31 ก.ค. ยายมะลิ ช่างเกวียน อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 ม.1 ต.นางรำ อ.ประทายจ.นครราชสีมา ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังจากที่ถูกเพื่อนบ้านอาสาไปเดินเรื่องออกโฉนดที่ดินให้ แต่กลับไม่ได้แจ้งออกโฉนดเป็นชื่อของคุณยายและนำที่ดินไปจำนองหลายครั้ง แล้วมาขอให้ช่วยไถ่ถอนให้ จนในที่สุดต้องจ่ายอีกเป็นแสนจึงจะยอมโอนที่ดินให้ จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกคนใกล้ตัวโกง ต้องเสียทั้งเงินทั้งที่ดินไปฟรีๆ
ยายมะลิฯ เล่าทั้งน้ำตาว่า ที่ดิน 2 งาน เป็นที่ดินที่ตนซื้อไว้เมื่อ 50 ปีก่อน จากคนข้างบ้านที่รู้จักกันในราคา 4,500 บาท ซึ่งได้อาศัยปลูกบ้านอยู่กับลูกๆ 4 คนมานานหลายปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปแจ้งออกโฉนด จนกระทั่งลูกๆ ต่างแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่ จึงมีเพียงตนอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพังบนที่ดินที่ซื้อมาผืนนี้
หลายปีที่ผ่านมา มีเพื่อนบ้านเหมือนเป็นลูกเป็นหลาน อาสาที่จะเดินเรื่องออกโฉนดที่ดิน เพราะเห็นว่า ตนครอบครองที่ดินแต่ไม่มีเปลี่ยนเป็นโฉนดมานานหลายปีแล้ว จึงตกลงมอบหมายให้เพื่อนบ้านคนนี้ไปเดินเรื่องขอออกโฉนดที่ดินให้ เพราะสุขภาพร่ายกายของตนไม่ค่อยแข็งแรง เดินทางไปสำนักงานที่ดินฯ ลำบาก โดยตนเป็นผู้ออกเงินค่าใช้จ่ายต่างๆเอง ทั้งค่าออกรังวัด และค่าเอกสารการออกโฉนด
แต่ระยะเวลาผ่านมาหลายเดือน เพื่อนบ้านคนดังกล่าวก็ไม่ได้นำเอาโฉนดที่ดินไปให้ตามที่ตกลงไว้ เมื่อไปทวงถาม ปรากฏว่า โฉนดที่ดินเป็นชื่อของเพื่อนบ้านคนดังกล่าวไปแล้ว ไม่ใช่ชื่อของตน โดยอ้างว่า เจ้าหน้าที่ที่ดินฯ แจ้งว่า ผู้ที่มาเดินเรื่องขอออกโฉนดที่ดิน จะต้องเป็นเจ้าของที่ดินเท่านั้น จึงได้ใส่ชื่อของเพื่อนบ้านเป็นเจ้าของที่ดินไปก่อน แล้วจะโอนเปลี่ยนเป็นชื่อของตนให้ในภายหลัง
เมื่อตนบอกให้ไปโอนที่ดินให้ เพื่อนบ้านคนนี้ ก็บอกอีกว่า เอาที่ดินไปจำนองไว้กับคนอื่น ต้องเอาเงินไปไถ่ถอนจึงจะได้โฉนดมาคืน และบอกให้ตนหาเงินมาช่วยไถ่ถอนให้ก่อนแล้วจะรีบทำเรื่องโอนโฉนดให้ ตนเชื่อใจจึงพยายามหาเงินมาช่วยไถ่ถอน แต่หลังจากนั้นติดต่อไปก็พยายามบ่ายเบี่ยง จนในที่สุดบอกว่า ได้เอาที่ดินไปจำนองไว้อีกในราคา 3 แสนบาท แล้วมาขอให้ตนช่วยหาเงินไปไถ่ถอนอีกครั้ง
ตนก็ช่วยเพราะร้อนใจอยากได้ที่ดินกลับมาคืน กลัวจะถูกยึด ซึ่งหลังจากไถ่ถอนมาแล้ว เพื่อนบ้านคนนี้กลับโอนเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินให้เป็นชื่อของลูกสาวแทน ไม่ได้โอนเป็นชื่อของตน ตนไปทวงถามอีกครั้งก็บอกว่า ต้องหาเงินมาจ่ายอีกเป็นแสนจึงจะโอนคืนที่ดินให้ ทั้งๆที่ราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ 80,000 บาทเท่านั้น
ตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าหมดเงินไปหลายแสนบาท เพราะความเชื่อใจและไว้วางใจคนใกล้ตัว จึงออกมาร้องขอความเป็นธรรม วอนไปถึงนายกฯและหน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่มาตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ก่อนที่จะไม่มีที่ดินอยู่อาศัยต่อไป



