จากกรณีเหตุสยองที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เมื่อนายณัฐวุฒิ สิงห์สร หรือ น้องโฉ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ถูกรุ่นน้อง อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 1 ใช้อาวุธปืนยิงภายในห้องน้ำของมหาวิทยาลัย กระสุนเข้าท้ายทอยทะลุคิ้วซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งที่ไม่รู้จักกัน ก่อนตำรวจตามจับกุมตัวไว้ได้ สารภาพเป็นคนลั่นไกโหด อ้างเจอคนเจ็บในห้องน้ำแล้วมองหน้าเหยียดหยาม บวกกับเครียดปัญหาส่วนตัวเลยชักปืนยิงขณะก้มล้างหน้า แล้วกลับมานั่งเรียนต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม พ่อแม่ รวมถึงญาติและเพื่อนๆ ต้องตกอยู่ในความเศร้า เมื่อ น้องโฉ เสียชีวิตแล้ว ขณะกระสุนยังอยู่ในหัว โดยก่อนหน้านี้ คุณพ่อน้องโฉ แจ้งคุณหมอไม่ต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจและความดันแล้ว เพราะไม่อยากให้ลูกทรมานต่อไป ขณะที่กระสุนในหัว หลังน้องโฉเสียชีวิต แพทย์จะผ่ากะโหลกศีรษะน้องโฉนำกระสุนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
“บอกหมอให้หยุดให้ยาลูกมา 3 ครั้ง แต่ก็ต้องไปให้หมอขอฉีดยาให้ใหม่อีก เพราะยังทำใจสูญเสียลูกไม่ได้ จนมาครั้งสุดท้ายไม่อยากให้ลูกทรมานอีกแล้ว หมอบอกว่าอาการหนัก สมองตาย เพราะว่าน้องก็ไม่ไหวแล้ว ให้เขาไปเถอะ มันทรมานเขามาก ตอนนี้ก็รู้สึกแย่ มึนงงไปหมด ทำอะไรไม่ถูกแล้ว”พ่อน้องโฉกล่าวน้ำตาคลอ
ขณะที่มารดาน้องเทนนิส น้องปี1 ผู้ก่อเหตุ บอกขณะมาเจรจาเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนน้องโฉเสียชีวิตว่า ยังยืนยันลูกมีปัญหาสภาพจิต ตอนนี้ตัวเองเครียดเพราะมีปัญหาการเงิน และนำเงินมาช่วยผู้เสียหายไป 2 หมื่น จะนำมาช่วยอีก 2 หมื่นก็ไปหยิบยืมคนมาก็เข้าใจว่าต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ลูกทำ ขณะน้องเทนนิส ก็อยู่ในความดูแลของสถาบันกัลยาฯ
ส่วนทนายเกิดผล แก้วเกิด ที่มาช่วยคดีนี้ให้กับครอบครัวน้องโฉ บอกว่า เมื่อน้องเสียชีวิตต้องคุยเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะตัวผู้ต้องหารับสารภาพ พยานชัดเจน แต่ที่กังวลที่แม่บอกลูกมีอาการทางจิต ไม่อยากเชื่อ เพราะตอนตำรวจสอบก็เห็นให้การดีทุกอย่าง ก็ต้องไปพิสูจน์กันในศาล
cr.ช่อง3เรื่องเล่าเช้านี้


