ขรก.ครู ร้องปวีณา กู้เงินช่วงโควิด จ่ายดอกทุกวันจนแพงกว่าต้น ขาดส่ง1วัน โดนประจาน จนทำงานไม่ได้ ผู้บริหารเรียกไปเตือน

วันที่ 18 ส.ค. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี น.ส.แป๋ว (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี อาชีพรับราชการครู สังกัดโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี เข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิฯ เพื่อร้องทุกข์ หลังจากที่ถูกเจ้าหนี้คุกคามและประจานลงโซเชียล

น.ส.แป๋ว (นามสมมุติ) เล่าว่าตนเองกับสามีพยายามช่วยกันทำมาหากินมาโดยตลอด ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่ชราอีกทั้งลูกสาวที่กำลังเรียนหนังสือ ทำให้รายได้ไม่พอรายจ่าย เงินเดือน 3 หมื่นเศษ ก็ถูกหักหนี้ครูแต่ละเดือนจะเหลือประมาณ 5 พันกว่าบาท ก็ดิ้นรนทำงานทุกอย่างเพื่อหารายได้เสริม ทั้งขายอาหาร, หมูสะเต๊ะ, รับจ้างสอนพิเศษเด็กนักเรียน ส่วนสามีที่เป็นครูอัตราจ้างก็ขับรถรับส่งเด็กนักเรียนไปด้วย

กระทั่งช่วงโรคโควิด19 ระบาด ตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ตนขายของไม่ได้ ไม่มีนักเรียนมาเรียนพิเศษ จึงทำให้เงินขาดมือต้องหันไปกู้เงินนอกระบบผ่านทางกลุ่มเงินกู้ในเพจเฟซบุ๊ก แอพพลิเคชั่นไลน์ และแอพพลิเคชั่นเงินกู้ รายละ 500, 700, 1,000, 1,200 บาท ซึ่งก็ต้องส่งดอกลอยให้เจ้าหนี้รายละ 100-200 ต่อวัน โดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารตามเวลาที่กำหนด จนกว่าจะมีเงินต้นไปปิดยอด

พอตนหมุนเงินไม่ทันก็ถูกเจ้าหนี้ตามทวงจนต้องกู้เจ้าหนี้รายใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อเอาเงินมาจ่ายให้ทันเวลา จนตอนนี้มีหนี้นอกระบบอยู่ 19 บัญชี รวมยอดเงินกู้ทั้งหมด 23,000 บาท ซึ่งตนเองส่งแต่ดอกเบี้ยตรงเวลามาโดยตลอด ระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยไปทั้งหมดทุกเจ้ารวมแล้วประมาณ 79,015.75 บาท แล้ว ซึ่งเกินกว่ายอดหนี้ที่กู้มาทุกรายหลายเท่า แต่ยอดหนี้ก็ยังอยู่เท่าเดิม ซึ่งตนก็ไม่เคยคิดที่จะโกงใครพยายามที่จะหาส่งจ่ายหนี้ให้ได้ทุกเจ้าในทุกๆวัน

จนเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนขาดส่งดอกเจ้าหนี้รายหนึ่งที่กู้เงินมา 1,000 บาท ที่จะต้องส่งวันละ 100 บาท ไป 1 วัน (ถ้าจะปิดบัญชีต้องจ่าย 1,200 บาท) เจ้าหนี้ได้ส่งข้อความหยาบคายมาด่าทอทวงเงินผ่านทางแช็ตเฟซบุ๊กและไลน์ อีกทั้งคอมเม้นต์ประจานใต้โพสต์ของตน โดยใช้รูปหน้าของตนที่ถือบัตรประชาชน และเขียนข้อความระบุ “ครูเงินเดือนน้อยไปใช่มั๊ยถึงต้องมาโกงเงิน 1,200 บาท ให้ผ่อนก็ไม่ผ่อน” ซึ่งเจ้าหนี้รายนี้ทวงหนี้ประจานตนไม่พอ ยังโทรไปหาเพื่อนของตนเพื่อทวงเงิน

และยังตามไปถึงเฟซบุ๊กของสามีตน ประจานเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้ทำให้ตนอับอายมาก เวลาไปทำงานก็ถูกเพื่อนร่วมงานมองแปลกๆ อีกทั้งผู้บริหารยังเรียกไปตักเตือน ส่งผลกระทบทางด้านหน้าที่การงาน จนตนเครียดเคยคิดที่จะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป แต่พอคิดถึงลูกและครอบครัวก็ต้องอดทนสู้ชีวิตต่อ

ตนไม่เคยคิดมาก่อนว่าเจ้าหนี้รายนี้ ที่ตนเป็นหนี้ 1,000 บาท และส่งดอกเบี้ยวันละ 100 บาท มาแล้วถึง 70 วัน เป็นเงิน 7,000 บาท จะต้องตามทวงประจานด่าหยาบคายข่มขู่กันถึงขนาดนี้เลยหรือ ตนรู้สึกกลัวมากเพราะเจ้าหนี้รายนี้จะมีกลุ่มไลน์ลูกหนี้อยู่ เวลาที่ใครจ่ายเงินไม่ตรงเวลาก็จะส่งคนไปทวงถึงบ้านและส่งรูปมาในไลน์เพื่อประจานและเตือนลูกหนี้คนอื่นว่าอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเพราะจะต้องโดนตามทวงแบบนี้

ตนเกรงว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัย และที่ผ่านมา เคยมีลูกหนี้ถูกประจานจนพยายามกินยาฆ่าตัวตายมาแล้ว พ่อของผู้หญิงได้ช่วยส่งให้หมอล้างท้องได้ทัน ตนจึงนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.คลองสิบสอง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และเข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

ด้านนางปวีณา กล่าวว่า ช่วงโควิดทุกวันนี้คนเป็นหนี้นอกระบบจำนวนมาก โดยต้องจ่ายดอกเบี้ยโหดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้ไม่มีวันชำระหนี้นอกระบบได้หมดและต้องเป็นหนี้ไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับคุณครูรายนี้ นอกจากนี้ขอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์การกู้เงินภาครัฐดอกเบี้ยต่ำให้ประชาชนรับรู้เพื่อจะได้ไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบอีกต่อไป.

อย่างไรก็ตามหลังรับเรื่องจากน.ส.แป๋ว(นามสมมติ) นางปวีณา ได้ประสานงานไปยัง พ.ต.อ.กรณ์เสฎร์ วงศ์สีเงิน ผกก.สภ.คลองสิบสอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน