จับกุมอดีตหนุ่มแบงก์ ยักยอกเงินลูกค้า เล่นพนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร.(PCT), ภายใต้อำนวยการของ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน รอง ผบก.สพ./ หน.ชป.4 ศปอส.ตร. , พ.ต.อ.วีระวิทธ์ แก้วประสิทธิ์ ผกก.ฝอ.บก.ทท.1/รอง หน.ชป.4 ศปอส.ตร.

 

นำกำลังชุดจับกุมโดย พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ หนุมาศ รอง ผกก.สส.ฯ , พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ อริยะรักษาวงศ์ สว.กก.สส.4 จนท.ชป.4 ศปอส.ตร.พร้อมพวก ร่วมกันจับกุมตัว นายปรินทร์ หรือบอล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 244/2563 ลง 24 ส.ค.2563

ซึ่งกระทำความผิดฐาน 1.ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น 2.เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน 3.เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน

และ 4.โดยมิชอบ โดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด พร้อมด้วยของกลาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, เราท์เตอร์อินเตอร์เน็ตไวไฟ จำนวน 1 เครื่องและ อุปกรณ์ฮาร์ดดิส จำนวน 1 อัน โดยจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่งบริเวณ ถ.เจ้าฟ้า ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ เผยว่า นายปรินทร์ เป็นอดีตพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในจ.ภูเก็ต เพิ่งลาออกมาไม่ถึงหนึ่งเดือน มีพฤติกรรมนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ไปทำการสมัคร เปิดใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิง จากนั้นได้โอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายไปเล่นพนันออนไลน์จนหมดกว่า 1แสนบาท

เบื้องต้นพบการกระทำความผิด 1 ราย ซึ่งผู้เสียหายมีอาชีพเลี้ยงหมูอายุประมาณ 60 ปี เมื่อสืบทราบว่าคนร้ายเป็นใครจึงเข้าทำการจับกุม และ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“คนร้ายอาศัยช่องโหว่ของผู้เสียหายที่เปิดบัญชีธนาคารไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการสมัครอินเทอร์เน็ตแบงกิง ของธนาคาร โดยจะลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหาย อาทิ บัญชีธนาคาร, บัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ไปทำการสมัครระบบ อินเทอร์เน็ตแบงกิง

ทำให้คนร้ายสามารถโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายได้ด้วยตนเอง โดยผู้เสียหายไม่ทันรู้ตัวว่าเงินในบัญชีได้ถูกลักลอบโอนออกไป จากนั้นได้นำเงินจากบัญชีผู้เสียหายไปซื้อสินค้าจากผู้ให้บริการประเภท Digital Content เพื่ออำพรางให้ยากต่อการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยจากการตรวจสอบ พบได้ก่อเหตุกระทำซ้ำกันมากกว่า 14 ครั้ง

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศปอส.ตร.(PCT), กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 และหน่วยงานตรวจสอบการฉ้อโกง (fraud) ของธนาคาร

ดำเนินการตรวจสอบพบความผิดปกติของบัญชีผู้เสียหายและได้ทำการสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมตัวคนร้ายพร้อมของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด

อย่างไรก็ตามขอฝากเรียนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง,ข้อมูลทางการเงิน ให้กับบุคคลอื่น และมีการตรวจสอบดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอยู่สม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เป็นช่องโหว่ของคนร้ายนำไปใช้ในการกระทำความผิด

และขอประชาสัมพันธ์แก่ผู้เสียหายรายอื่นๆ ว่าหากท่านถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลใดๆผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถเข้าติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร1 ชั้น1 สายด่วน1599 หรือ 1155 พ.ต.ท.ฐาปกรณ์กล่าวปิดท้าย

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน