จากกรณี นายฐิติพงศ์ อายุ 56 ปี ใช้อาวุธปืนลูกซอง ยิง นายวิโรจน์ อายุ 30 ปี นายวิรัตน์ อายุ 30 ปี บาดเจ็บสาหัส และ น.ส.กัลยา อายุ 21 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย คู่อริที่จะมาทำร้าย นายพลวัฒน์ อายุ 28 ปี ลูกชายที่เป็น เจ้าของอู่ซ่อมแต่งรถยนต์ เหตุเกิดริมถนน จอมพลป.พิบูลย์สงคราม ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อกลางดึก วันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่ 17 ก.ย. พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ รรท.ผกก.สภ.บางปะอิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัว นายฐิติพงศ์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เกิดเหตุ เริ่มตั้งแต่จุดที่เก็บอาวุธปืน และช่วงที่นำอาวุธปืนออกมายิงกลุ่มของผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นัด จะยิงซ้ำอีกครั้งแต่ นายพลวัฒน์ กดปืนลง เพราะช่วงนั้นมีรถยนต์วิ่งผ่านไปหลายคันจากนั้นยิงตามซ้ำไปอีกนัด

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังให้ นายพลวัฒน์ ลูกชายของผู้ต้องหา ชี้จุดขณะเกิดเหตุว่าอยู่จุดไหนในอู่ และจุดที่มองเห็นกลุ่มวัยรุ่น อยู่ที่หน้าร้านและตามจุดต่างๆ อย่างละเอียด

นายพลวัฒน์ เผยว่า กลุ่มคู่กรณีใช้ถืออาวุธมีดเข้ามาและมีการใช้อาวุธปืนจริงเป็นคนที่เรียกพ่อให้เอาอาวุธปืนออกมา เพราะกลุ่มคู่อริมากันหลายคน ท้าทายให้ออกไปนอกอู่

ด้าน นายฐิติพงศ์ ยืนยันว่า ที่ต้องยิงเพราะตนเป็นพ่อ ต้องปกป้องลูกชายของตนเองที่จะถูกทำร้าย และมีการยิงปืนออกมาจากกลุ่มวัยรุ่น จึงต้องยิงสวนไป

จากการสอบสวน น.ส.กัลยา หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เป็นแฟนสาว นายวิโรจน์ กล่าวว่า คืนวันก่อนเกิดเหตุ นายวิโรจน์ ขับรถกระบะ ตนนั่งเบาะข้างคนขับ ส่วน นายวิรัตน์ น้องชายนั่งอยู่เบาะหลังกับเพื่อนอีกคน จากนั้นเพื่อนเดินข้ามถนนไปที่หน้าอู่ซ่อมรถยนต์ ของ นายพลวัฒน์ ลูกชายผู้ก่อเหตุ และได้เคาะประตูสังกะสี จึงเกิดทำให้เสียงดัง

จากนั้น นายพลวัฒน์ ก็เดินออกมา โต้เถียงกันอยู่สักพัก นายพลวัฒน์ ได้เรียก นายฐิติพงศ์ ซึ่งเป็นพ่อออกมาพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงมาที่รถทันที ถึง 2 นัด ตนต้องหมอบลงกับพื้นรถ จนมีคนเข้ามาช่วยเหลือ ขอยืนยันว่าวันที่เกิดเหตุนั้น ตั้งใจจะไปเคลียร์ โดยให้เพื่อนอีกคนที่รู้จักกับ นายพลวัฒน์ เป็นตัวกลางในการพูดคุย นายพลวัฒน์ ไม่ยอมขอยืนยันว่า ไม่มีการนำอาวุธปืน ในรถมีเพียงอาวุธมีด 1 เล่ม เท่านั้น

ขณะที่ พ.ต.อ.สถิตย์ เผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิด ในเมืองหมู่บ้าน หรือชุมชน โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง2 ฝ่าย จะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนอาการของ นายวิรัตน์ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ นอนพักรักษาตัวอยู่ที่รพ. ส่วน นายวิโรจน์ อาการสาหัส ยังอยู่ในห้องไอซียู

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัญหาความขัดแย้งเกิดจาก นายวิรัตน์ เปิดอู่เล็ก ๆ ที่บ้าน รับตกแต่งจูนเครื่องยนต์ ได้ลงทุนซื้ออุปกรณ์มาใหม่และมีการจัดโปรโมชั่น ราคาพิเศษ ในช่วงนี้อาจจะไปสร้างความไม่พอใจ ให้กับ นายพลวัฒน์ เจ้าของอู่ ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก ของช่างอีกคนที่รับงานจูนแต่งรถยนต์เหมือนกัน ทำนองว่า อย่าไปทำงานตัดราคากัน จนมีการตอบโต้กันไปมา

จนพบล่าสุด นายพลวัฒน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ถ้ามึงอยู่ในอยุธยา ได้สงบสุข เลิกเรียกกูเด็กยุดยาได้เลย ไอ้สั..จูนเนอร์ หัวค..ย จูนเนอร์กากขับวีออส” จนทำให้ฝ่ายของ นายวิรัตน์ ไม่พอใจ เป็นที่มาของการทะเลาะวิวาทกันขับรถมาเบิ้ลเครื่องหน้าอู่กัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน