ชาวนาน้อยจี้รัฐแก้ปัญหาทวงคืนผืนป่า หลังถูกตร.เร่งฟ้องคดีหลายร้อยล้าน แต่เมินฟันนายทุน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ก.ย. กลุ่มชาวไร่ห้วยน้ำหิน ต.สถาน อ.นาน้อย จ.น่าน กว่า 100 คน เดินเท้าเข้าพบนายอำเภอนาน้อย เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาทวงคืนผืนป่า ซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าจะเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดน่านต่อไป

เกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหินซึ่งเป็นสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.) ได้รับผลกระทบจากนโยบายการทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล ถูกห้ามเข้าทำกินในพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. 2559 ส่งผลให้เดือดร้อนหนัก

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาน้อย พยายามเร่งรัดทำสำนวนเพื่อฟ้องดำเนินคดีราษฎร 298 ราย โดยอ้างว่ารุกพื้นที่แปลงปลูกป่าทดแทน 10 แปลง เนื้อที่กว่า 7,820 ไร่ ตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. มอบนโยบาย 3 เรื่อง เมื่อลงตรวจพื้นที่วันที่ 30 มี.ค. 2559

คือ 1.ให้ดำเนินคดีกับนายทุนผู้บุกรุก 2.ให้เอาผิดกับ จนท.รัฐที่เกี่ยวข้องกับแปลงปลูกป่าทดแทนซึ่งมีการเบิกจ่ายงบประมาณแต่ไม่มีการปลูกจริง 3.อนุญาตให้ราษฎรผู้ยากไร้ทำกินโดยให้ดูพฤติกรรมการใช้ประโยชน์พื้นที่ว่าเป็นนายทุนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แต่การดำเนินการของ สภ.นาน้อย กลับพุ่งเป้าดำเนินคดีกับราษฎรโดยละเลยการดำเนินการกับนายทุนและ จนท.รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการปลูกสวนป่า


นายสิทธิพล สอนใจ ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหินเป็นผู้ยากจน ยากไร้ ได้ร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานต่างๆ มาโดยตลอด จนกระทั่งขณะนี้เรื่องได้เข้าสู่การแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ซึ่งมีคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

และกำลังอยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นผู้ยากจน ผู้ยากไร้ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 และ หนังสือสั่งการวิทยุ ศปป.4 กอ.รมน. ลงวันที่ 26 ต.ค. 58 แต่ สภ.นาน้อย กลับพยายามเร่งรัดทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านกังวลใจเพราะการฟ้องดังกล่าวมีการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท ซึ่งชาวบ้านไม่มีปัญญาจ่ายแน่นอน


ด้าน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.) ได้ออกแถลงการณ์กรณีความเดือดของเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหิน ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ความว่า
1.ยุติการดำเนินคดีกับราษฎรกลุ่มเกษตรกรทำไร่ห้วยน้ำหิน ต.สถาน อ.นาน้อย จ.น่าน
2.ให้ตรวจสอบและเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการปลูกป่าทดแทน ซึ่งได้เบิกจ่ายงบประมาณแต่ไม่ได้ดำเนินการปลูกจริง
3.ยุตินโยบายการทวงคืนผืนป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ยากไร้ ผู้ยากจน
4.ส่งเสริมให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน
ทั้งนี้ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปกป้องที่ดินทำกินและจะร่วมกันยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ห้วยน้ำหินต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ครบรอบ 23 ปี เทสโก้ โลตัส จัดใหญ่เซอร์ไพรส์ทุกสัปดาห์ วันนี้ – 4 ตุลาคมนี้
บทความถัดไปแค่แย่งที่จอดรถ!! 2คุณแม่เปิดฉากตบกันเดือดหน้าโรงเรียน ปล่อยลูกร้องไห้โฮ