สองสาวเพื่อนซี้โตมาด้วยกัน เกิดเดือนเดียวกัน-หน้าคล้ายกันจนคนทัก ลองตรวจดีเอ็นเอ อึ้ง! เป็นฝาแฝด
เรื่องราวข้างต้นเป็นของ “มาริสซา ดูป” และ “โซอี เบิร์กลีย์-อังเดร” สองเพื่อนซี้ที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ก่อนจะค้นพบความจริงว่า แท้จริงแล้วพวกเธอเป็นฝาแฝดแท้ที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่ยังเล็ก
โดยทั้งคู่มีหลายอย่างคล้ายกันอย่างน่าแปลกใจ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดในเดือนธันวาคม เป็นชาวจีน อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งเดียวกัน และทั้งคู่ยังถูกรับเลี้ยงโดยครอบครัวจากรัฐมินนิโซตา ของสหรัฐฯ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ญาติของทั้งสองฝ่ายมักพูดถึงความคล้ายคลึงกันของพวกเธออยู่เสมอ แม้แต่คุณแม่ของทั้งคู่ก็เคยแซวเล่นว่า อาจเป็นพี่น้องหรือฝาแฝดกันก็ได้ แต่มาริสซาไม่เก็บมาคิดจริงจังนัก เพราะเชื่อว่าเด็กที่มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งเดียวกันอาจมีวันเกิดใกล้เคียงกันเป็นเรื่องปกติ
กระทั่งหลายปีก่อน แม่ของโซอี ได้ชมสารคดีเกี่ยวกับ แนนซี ซีกัล นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาพันธุกรรม จึงเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของลูกสาว และติดต่อขอคำปรึกษา
ทั้งสองสาวตัดสินใจตรวจดีเอ็นเอ ในตอนแรกโซอียอมตรวจดีเอ็นเอเพื่อทำตามความต้องการของผู้ใหญ่เท่านั้น เพราะถึงแม้เธอจะเคยพูดเล่นเรื่องเป็นฝาแฝดหรือญาติกัน แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงเลย
อย่างไรก็ตาม ผลตรวจดีเอ็นเอสร้างความเซอร์ไพรส์ให้ทุกคน เมื่อยืนยันว่าพวกเธอไม่ได้เป็นเพียงพี่น้อง แต่ยังเป็นฝาแฝดแท้อีกด้วย
แม้หลายคนจะตื่นเต้นกับข่าวนี้ แต่สองสาวกลับรับข่าวอย่างเรียบง่าย มาริสซาเผยว่า ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากนัก เพราะพวกเธอรู้จักและสนิทกันมาตลอดชีวิตแล้ว ขณะที่โซอีบอกว่า พ่อแม่ดูจะดีใจกับข่าวนี้มากกว่าตัวพวกเธอเสียอีก
หลังจากทราบความจริง ทั้งคู่เริ่มสังเกตว่าตัวเองมีความคล้ายกันมากกว่าที่คิด ทั้งได้คะแนนสอบ ACT (American College Testing) เท่ากัน เคยเรียนวิชาเคมีในมหาวิทยาลัยเหมือนกัน และยังมีพฤติกรรมคล้ายกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นท่านั่ง การไขว่ห้าง หรือแม้แต่สำเนียงการออกเสียง
โซอีอธิบายว่า พวกเธอเป็นเหมือน “ภาพสะท้อนในกระจก” โดยเธอถนัดซ้าย ส่วนมาริสซาถนัดขวา ฟันคุดของทั้งคู่ขึ้นคนละฝั่ง รวมถึงการแสกผมที่คนหนึ่งแสกซ้าย ขณะที่อีกคนแสกขวา
ปัจจุบัน ทั้งสองกำลังเข้าร่วมงานวิจัยเกี่ยวกับฝาแฝดที่ถูกรับเลี้ยงและเติบโตในคนละครอบครัว เพื่อช่วยให้นักวิจัยเข้าใจบทบาทของพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการพัฒนาของมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น
ขอบคุณที่มา people
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

