เมื่อเวลา 01.05 น. วันที่ 7 กย.60 ร.ต.อ.อภิเชษฐ์ คีรีเพชร ร้อยเวร รถสายตรวจ สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุ จาก ศูนย์วิทยุ 191 ชุมพร ว่ามีเหตุปาสิ่งของใส่กระจกรถ บนถนนเอเชีย 41 เหตุเกิด พื้นที่ อ.ละแม มุ่งหน้ามายัง อ.หลังสวน จึงนำกำลังตำรวจ ออกไปตั้งจุดสกัด หน้าตลาดอวยชัย3
ต่อมา มี รถทัวร์ สาย สุราษฏร์ธานี – กทม.ของบริษัทกรุงสยามทัวร์ ยี่ห้อ สแกนเนียร์ ทะเบียน 15-1826 กทม. ตรงตามที่ได้รับแจ้งว่าเป็นคู่กรณี จึงเรียกให้หยุด พบว่า มี นายพิมล พรหมเกิด อายุ 57 ปี เป็นคนขับ นายเรวัต วันทวงศ์ อายุ 27 ปี เป็นเด็กประจำรถ บรรทุกผู้โดยสาร จำนวน 30 คน จาก จ.สุราษฏร์ธานี มุ่งหน้า กทม.
จากการสอบถามนายพิมล คนขับรถทัวร์ได้การว่า “ในขณะที่กำลังขับรถทัวร์ เข้าเขต บ้านคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานี ได้มีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ ทะเบียน 80-6920 ตราด และ 80-6921 ตราด มี นายวันชัย บุญเลิศ อายุ 34 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ เป็นคนขับ ขับเข้ามาเบียดและปาดหน้ารถทัวร์ ทำให้ ทั้งรถทัวร์และรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ต่างวิ่งปาดกันไปมาในบางครั้ง รถพ่วงยังแกล้งเบรกรถเพื่อให้รถทัวร์ชนท้ายรถบรรทุก เป็นระยะทางมากกว่า10 กม. สร้างความแตกตื่นตกใจ แก่ ผู้โดยสารที่ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดเสียว จนกระทั่งรถทั้ง 2 คัน วิ่งปาดหน้ากันไปมาจนเข้าเขต อ.ละแม จ.ชุมพร
โดยนายเรวัต เด็กรถทัวร์ ยอมรับว่า ได้ใช้ ท่อแปปเหล็กขว้างใส่รถบรรทุกพ่วง เพื่อให้หยุดการขับรถในลักษณะดังกล่าว จนกระทั่งรถทัวร์มาจอดที่จุดตรวจรถทัวร์ของบริษัท ที่สี่แยก ไฟจราจร อ.ละแม นายเรวัติ ได้ใช้ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ขว้างเข้าใส่ โดนกระจกข้างของรถบรรทุกด้านซ้ายที่กำลังวิ่งผ่านไฟจราจรจนกระจกข้างแตกละเอียด นายวันชัย จึง โทรศัพท์ แจ้ง 191 ชุมพร จนกระทั่ง ตำรวจหลังสวนสามารถสกัดจับรถทัวร์ ได้ที่ อ.หลังสวน
นายวันชัย เล่าว่า ในขณะขับรถบรรทุกพ่วง บรรทุกขี้ยางพารา จาก จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อไปส่ง ที่ จ.จันทบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ด้วยความรีบนำสิ่งของไปส่ง ได้พยายามแซงรถทัวร์ คันดังกล่าว แต่ถูกรถทัวร์เบียด และเกิดปาดหน้ากันไปมา จนกระทั่งมาโดนฝ่ายรถทัวร์ ใช้เหล็กแปป ขว้างใส่ และ โดนขวดขว้างใส่กระจกด้านข้างจนแตกเสียหายทำให้รถหวิดลงข้างทาง ดีที่ว่าตนเองบังคับได้หวิดผู้โดยสารตายหมู่
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวคู่กรณี ไปพูดคุยกันที่ สภ.หลังสวน มี พ.ต.ต.เติม สอนสังข์ สารวัตรเวร เจรจาไกล่เกลี่ย จนกระทั่งนายเรวัติ ยอมชดใช้ค่าเสียหายค่ากระจกรถ จำนวน 3,000บาท ก่อนจะแยกย้ายกันไป
