แจ้งจับสาวแสบวัย 50 ปี ทำเนียน ช่วยนับเงินทอดกฐิน วัดควนซาง ก่อนฉกซองเงินกว่า 1 แสนบาท ใส่กระเป๋า ย่องหนีลอยนวล
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก วัดล่องน้ำ ทองขวัญถุง จ.ตรัง ได้โพสต์ข้อความว่า “ใครรู้จักผู้หญิงเสื้อขาวคนนี้ช่วยแจ้งเบาะแสที..เขายักยอกเงินกฐินวัดควนซางไปแสนบวกๆ..ยังตามจับตัวไม่ได้ #ช่วยแชร์กันทีตะ วัดเดือดร้อน” พร้อมโพสต์รูปภาพผู้หญิง อายุประมาณ 50 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ในงานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดควนซาง ม.9 ต.หนองบัว อ.รัษฎา จ.ตรัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ต.ค.) พระครูเกษม สังฆานุวัตร เจ้าอาวาสวัดควนซาง พร้อมด้วยคณะกรรมการทอดกฐิน และชาวบ้านกว่า 30 คน ได้มารวมตัวกันที่ศาลาโรงทานสังฆานุวัตร วัดควนซาง จ.ตรัง เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน เนื่องจากเงินทอดกฐินดังกล่าว จะนำไปก่อสร้างอุโบสถวัดประจำปี 2563 เนื่องในเทศกาลออกพรรษา โดยมีนางสว่างจิตต์ พึ่งเจียก อายุ 60 ปี ชาว จ.ตรัง เป็นประธานกรรมการจัดงานทอดกฐิน และน.ส.จิราภรณ์ พุ่งมณีสกุล อายุ 43 ปี ชาว จ.ตรัง เป็นกรรมการจัดงานทอดกฐิน 
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ต.ค. วัดควนซาง จัดให้มีการทอดกฐินเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างอุโบสถที่สร้างค้างคา และยังคงต้องใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาท ถึงจะก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ระหว่างการจัดพิธีในช่วงของการนับเงิน มีหญิงสาวอายุประมาณ 50 ปี แต่งกายตามประเพณี ดูภูมิฐาน หน้าตาดี สวมหน้ากากอนามัย เข้ามาช่วยนับเงิน ซึ่งคณะกรรมการที่นับเงินไม่เอะใจหรือสงสัย เพราะคิดว่าเป็นญาติกับคณะกรรมการ จึงปล่อยให้ช่วยนับเงิน แต่หลังจากที่นับเงินเกือบจะแล้วเสร็จ สาวคนดังกล่าวได้จังหวะเก็บซองใส่กระเป๋าหลบหนีลอยนวล ทางคณะกรรมการทอดกฐินจึงแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.รัษฎา ไว้แล้วด้วย
น.ส.จิราภรณ์ พุ่งมณีสกุล อายุ 43 ปี กรรมการจัดงานทอดกฐินวัดควนซาง กล่าวว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเข้ามาในงานตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่กำลังแกะซองนับเงิน และแจ้งยอดเงิน โดยมีกรรมการผู้สูงอายุนั่งอยู่ 2 คน ผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามานั่งเลย ในตอนนั้นทุกคนก็เข้าใจว่าเป็นลูกหลานของคนในพื้นที่ แต่ผู้หญิงคนนี้บอกกับคนอื่นว่า เขาเป็นเจ้าของรีสอร์ทอยู่ที่ จ.ภูเก็ต แล้วก็ช่วยแกะเงิน และมีพยานเห็นว่าได้หยิบซองเงินใส่กระเป๋าถือในภายหลัง ใช้เวลาสักระยะหนึ่งถึงจะไป แต่ตอนนั้นไม่ได้มีใครคิดอะไร คิดว่าน่าจะเป็นซองเปล่าที่แกะแล้วกองอยู่บนโต๊ะ
“สำหรับยอดเงินที่หายไปประมาณ 1 แสน 3 หมื่นกว่าบาท และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกหญิงสาวรายนี้แล้ว ถ้าไม่มาตามหมายเรียก ก็จะออกหมายจับ จึงอยากฝากเตือนทุกๆ วัด เพราะมิจฉาชีพไม่ได้มีป้ายแปะไว้บอกเราว่า เขาเป็นมิจฉาชีพ อย่างหญิงสาวคนนี้ที่มีลักษณะการแต่งตัวดี มีหน้าตาเสื้อผ้าหน้าผมดูดีมาก และจะเลือกหยิบเอาไปแต่แบงค์พัน จึงอยากให้ทุกๆ วัดได้ระมัดระวัง ตอนนี้ก็อยากให้จับตัวคนร้ายให้ได้ และนำเงินมาถวายคืนให้กับทางวัด เพราะต้องนำไปสร้างอุโบสถที่ยังไม่แล้วเสร็จ” น.ส.จิราภรณ์ กล่าว
ส่วนนางสว่างจิตต์ พึ่งเจียก อายุ 60 ปี ประธานกรรมการจัดงานทอดกฐินวัดควนซาง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ตัวเองกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเหนื่อยตั้งแต่การเตรียมงานมาตลอด และมีความผิดพลาดตรงที่ว่า ปกติตนจะช่วยนับเงิน เพราะเป็นเหรัญญิก แต่เนื่องจากปีนี้ตนเป็นเจ้าภาพกฐิน และไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จึงรู้สึกเจ็บใจหลายอย่าง เพราะไม่มีใครเอะใจ หรือพูดทักท้วงถึงหญิงสาวคนนี้ที่เข้ามานั่งนับเงินเลย จึงฝากเตือนไปยังหลายๆ วัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบตนเอง
ขณะที่ น.ส.เปรมยุดา สุขศรีแก้ว อายุ 45 ปี ชาวบ้านที่นั่งคุยและแลกเบอร์โทรกับผู้หญิงรายนี้ กล่าวว่า ในช่วงนั่งนับเงินมีแค่ 3 คน คือ กรรมการผู้ชายอาวุโส 1 คน กรรมการหญิง 1 คน และผู้หญิงคนดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นตนเก็คิดว่าเป็นลูกหลานในวัด แต่พอนับเงินเสร็จตนได้ไปถามว่า “ไม่คุ้นหน้าน้องเลย น้องอยู่แถวไหนคะ” หญิงสาวคนนี้บอกว่ามาจากภูเก็ต ได้ซองกฐินมาจากเพื่อน แต่เพื่อนไม่ได้มา” ในตอนนั้นตนยังคิดว่า เขาใจบุญ อุตส่าห์มาทำถึงที่นี่ จึงขอเบอร์โทรไว้ แต่หลังจากที่รู้ว่าเงินหาย จึงติดต่อไป ผู้หญิงคนนี้ก็รับสาย และคุยกันสักพักก่อนวางสายไป