อัจฉริยะ พาพ่อแม่เข้าแจ้งความ หมอคนเดียว ทำคลอดทารกเสียชีวิต 3ราย 3ครอบครัว ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ต้องการให้ออกมารับผิดชอบ

วันที่ 9 ต.ค. 2563 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร นำผู้เสียหาย 3 ครอบครัว เข้าแจ้งความ เนื่องจากคลอดลูกกับนายแพทย์คนหนึ่งแล้วลูกเสียชีวิต โดยมี พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ เครือวณิชธรรม ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เป็นผู้รับเรื่อง ก่อนจะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนรับผิดชอบดำเนินคดีตามขั้นตอน

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตามที่คุณหมอว่าจ้างเฉพาะกิจของ รพ.แห่งหนึ่ง ทำคลอดเด็กจำนวน 3 ราย แล้วเสียชีวิตติดต่อกัน โดยรายที่หนึ่ง เสียชีวิตในเดือนมีนาคม รายที่สองเดือนกันยายน และรายที่สามเดือนตุลาคม ทั้งหมดนี้น่าจะเกิดจากความผิดปกติของคุณหมอ ที่ผิดพลาดทางเทคนิค และไม่แสดงความรับผิดชอบกับครอบครัวผู้เสียชีวิต

โดยครอบครัวรายแรกที่ลูกเสียชีวิตในเดือนมีนาคม คือครอบครัวของ นางธัญญลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ตอนนี้ศพไม่รู้อยู่ไหนพ่อแม่ไม่เคยรับศพเด็ก โดยคุณหมอ อ้างว่าเด็กเสียชีวิตตั้งแต่ในท้อง

ส่วนรายที่สอง น.ส.สุทัตตา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ได้เผาศพลูกไปแล้ว และรายที่สาม น.ส.ศิริวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ส่งศพลูกไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลตำรวจ

สำหรับสองรายหลังนี้ ตอนตรวจครรภ์เด็กก็ปกติดี แต่เมื่อผ่าออกมาแล้วสุดท้ายเด็กเสียชีวิตในเวลาไม่นาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ครอบครัวผู้เสียหาย ไม่เข้าใจว่าทางโรงพยาบาลมีบุคลากรทางการแพทย์เช่นนี้ได้อย่างไร พอถามไถ่ก็ได้รับคำตอบว่าคุณหมอท่านนี้ เป็นการจ้างในลักษณะเป็นเคสไป

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างมาก วันนี้ตนจึงพาพ่อแม่ครอบครัวผู้เสียหายทั้ง 3 รายมาแจ้งความ โดยรายสุดท้ายแจ้งความแล้ว และส่งศพเด็กไปชันสูตร ส่วนอีกสองรายก็จะมีการแจ้งความเป็นทางการเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ในด้านกฎหมายก็สามารถเอาผิดได้ในข้อหาประมาท แต่ต้องดูสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากอะไร ซึ่งในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 เวลา 14.00 น. จะพาผู้เสียหายทั้ง 3 ราย เข้าพบกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล นายแพทย์ผู้รับผิดชอบในการทำคลอด พร้อมหน่วยงานสาธารณสุข ที่โรงพยาบาล เพื่อไปรับฟังข้อชี้แจงทั้งหมด

ด้าน น.ส.สุทัตตา อายุ 25 ปี กล่าวว่า ตนไปหาหมอและคลอดเมื่อ 28 ส.ค. 2563 และลูกเสียเมื่อ 4 ก.ย. 2563 หลังคลอดลูกออกมาร้องแค่ 2 ครั้ง เห็นว่าตัวซีดเขียว แล้วไม่ร้อง โดยหมอบอกว่าน้องตัวเล็ก หายใจช้ากว่าเด็กปกติ และหมอก็ส่งน้องไปห้องไอซียู ซึ่งหมอระบุสาเหตุการเสียชีวิตคือคลอดก่อนกำหนด ชัก ติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดติดเชื้อ

ส่วน น.ส.ศิริวรรณ อายุ 25 ปี กล่าวว่า การตายของลูกเขาบอกมีขี้เทาติดเชื้อในปอด แล้วปอดทะลุ เด็กหายใจเองไม่ได้ โดยไป รพ. ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2563 ตอนประมาณ 07.00 น. และเด็กคลอดประมาณ 10.41 น. เสียชีวิตประมาณ 03.38 น. โดยเด็กออกมาสมบูรณ์แข็งแรงไม่มีภาวะแทรกซ้อน

แต่ช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่เอาเด็กไปอาบน้ำไปทำความสะอาด ปรากฏว่าเด็กหายใจเองไม่ได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่เขามาบอกช่วงประมาณห่างจากพักฟื้นประมาณ 3 ชั่วโมง และบอกว่าเด็ก 50 เปอร์เซนต์ ลูกหายใจเองไม่ได้มีปอดทะลุ ขี้เทาไปอุดในปอด

“แต่ตอนหนูคลอดออกมาหมอการันตีว่าน้ำคร่ำใส ๆ สมบูรณ์ไม่มีแม้แต่ขี้เทา แต่ทำไมน้ำคร่ำไปอุดในปอดได้ยังไง ซึ่งทางโรงพยาบาลแจ้งว่าน้องเสียชีวิตเอง มีโรคแทรกซ้อนขึ้นมาเอง โดยเราติดใจคิดว่าลูกไม่ได้เสียชีวิตเอง จึงได้นำเอาศพไปชันสูตร ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ” น.ส.ศิริวรรณ กล่าว

ขณะที่ นางธัญญลักษณ์ อายุ 43 ปี (รายแรก) กล่าวว่า นับตั้งแต่วันที่เสียลูกไป จนวันนี้ตนก็ยังทำใจไม่ได้ ร้องเรียนไปหลายทางก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร หมอก็ยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตนขอยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ทาง นายแพทย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์รพ.ที่เกิดเหตุ เผยว่า แนวทางการดูแลของรพ. ในการที่ผู้ป่วยมาคลอดและเกิดปัญหา ทางรพ.จะมีการทบทวนมาตรการดูแลรักษาของรพ.ทุกขั้นตอน ว่าเกิดปัญหาจากขั้นตอนไหนทุกราย เป็นเพราะอะไร จากนั้นจะหาสาเหตุและทำการแก้ไขปรับปรุง

ดังนั้นขอให้มั่นใจในมาตรฐานการให้บริการของรพ. ส่วนกรณีที่เกิดปัญหาในแต่ละรายก็จะมีการทบทวนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจในการรับบริการ

ในส่วนของคดี พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีนั้น ทางตำรวจจะต้องตรวจสอบการเสียชีวิตของทารกว่าเกิดจากความบกพร่องหรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย ตรวจสอบดูว่ากระบวนการเป็นอย่างไรเพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน