ดส.รวบอดีตกระเป๋ารถเมล์ ออกจากงาน หันมาค้ายานรก ส่งขายตามผับย่านฝั่งธน ถูกรวบพร้อมของกลาง ไอซ์กว่า 30 กิโลกรัม อ้างหาเงินเลี้ยงครอบครัว
วันที่ 30 ต.ค. 2563 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ และพล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผบช.น.
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
สั่งการให้พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส. พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รองผกก.ดส. พ.ต.ท.เนติ รุ่งฟ้าแสงอรุณ สว.กก.ดส. และชุดสืบสวน กก.ดส. จับกุมนายอมรเทพ หรือ โจ ขอดคำ อายุ 29 ปี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 32.22 กิโลกรัม เฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 1.59 กรัม โทรศัพท์ 1 เครื่อง จับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 29 ซ.เพชรเกษม 69 (อินทาปัจ) แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส. ชุดจับกุมสืบทราบว่านายอมรเทพ ชื่อเล่นว่าโจ มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดย่าน ถนนเพชรเกษม ถนนพุทธมณฑลสายสาม และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง จากการสืบสวนพบว่านายอมรเทพ พักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 29 ซ.เพชรเกษม 69 (อินทาปัจ) แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ เจ้าหน้าจึงได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบ และทำการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวสะกดรอยติดตามดูพฤติกรรมของนายโจเรื่อยมา
จนกระทั้ง วันที่ 28 ต.ค. ช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. นายโจ ได้ไปรับยาเสพติดจำนวนมากเก็บไว้ที่บ้านเพื่อจะรอจำหน่ายให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมนายอมรเทพ ได้พร้อมของกลางยาเสพติดยาไอซ์ 32.22 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในห่อชาสีทอง และเฮโรอีนหนัก 1.59 กรัม ใส่ไว้กระสอบขนาดใหญ่สีขาวภายในห้องครัว และอยู่บนชั้นวางของภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านของบ้านที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนนายอมรเทพ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์มาก่อน หลังจากลาออกได้รับยาเสพติดดังกล่าวมาขายจากคนที่รู้จักกันในสถานบริการ ทำมาแล้ว 1 ปี หลังที่ช่วยขายยาเสพติดดังกล่าวในสถานบริการย่านฝั่งธนบุรี คนจ้างได้แบ่งยาเสพติดที่ให้มาขายรับเงินเองด้วย สาเหตุที่ทำต้องการนำเงินมาหาเลี้ยงครอบครัว จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมพบว่าเคยติดคุกข้อหาครอบครองยาเสพติดที่สน.บางบอน เมื่อปี 54 อยู่ 2-3 ปี
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีนหรือ (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป