ยิ่งกว่าลูกค้าประจำ โจรแสบแอบปีนกำแพงเข้ามาลักทรัพย์ในร้าน 3 ครั้ง ขนาดติดกล้องแล้วยังไม่วายก่อเหตุครั้งที่ 4 ตำรวจบอกครั้งล่าสุดไม่ได้ทรัพย์ แจ้งความไม่ได้
จากกรณีโลกโซเชียนมีเดียและเพจต่างทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เป็นคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพเหตุการณ์คนร้ายเป็นชายรูปร่างผอม สวมกางเกงขาสามส่วน เสื้อแขนยาวและมีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดบ่า อายุประมาณ 25–30 ปี
ปีนข้ามกำแพงกั้นร้านเข้ามาภายในร้าน จากนั้นได้หยิบอุปกรณ์คล้ายไขควงที่วางอยู่ในร้านมางัดลิ้นชัก แต่ไม่สามารถงัดออกได้จึงเดินหาเป้าหมายใหม่ เดินส่องนู้นนี่ไม่นานก็มาตรงเข้ามาลิ้นชักเก็บเงินอีกครั้งจนกระทั่งสามารถงัดลิ้นชักสำเร็จรื้อค้นทรัพย์สินแต่พบว่าภายในไม่มีเงิน จากนั้นก็ปีนกำแพงกลับออกไป รวมเวลาอยู่ในร้านประมาณ 30 นาที
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
พร้อมข้อความระบุว่า “เตือนภัยสำหรับคนที่อยู่ละแวกราชมงคลนะคะ แอบปีนเข้าร้านมาขโมยของเล็กๆน้อยๆและงัดเก๊ะเงิน มีผู้สูงอายุอยู่ลำพัง ใครพบเห็นรบกวนแจ้งเบาะแสด้วยค่ะ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 04.20 น. วันที่ 4 ธ.ค. 2563”
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2563 น.ส.กมลชนก พรหมเมตตา อายุ 27 ปี เจ้าของร้านอาหารจานทองแท้ เลขที่ 222/205 ซ.ศรีจันทร์ 16/1 ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคลิปภาพที่ปรากฎเป็นครั้งล่าสุดในวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.20 น. ขณะที่ร้านปิดให้บริการ โดยภายในร้านนั้นตาและยาย อายุ 70 ปี เฝ้าร้านอยู่กับสุนัข 2 ตัว
จนกระทั่งในช่วงเช้าพบลิ้นชักเก็บเงินถูกงัดออกมาจึงเปิดกล้องวงจรปิดที่เพิ่งติดตั้งได้ 1 สัปดาห์ ก็พบว่ามีคนร้ายเข้ามาทางกำแพงด้านข้างร้านที่สูงประมาณ 150 ซม. แล้วรื้อค้นทรัพย์สิน แต่คนร้ายได้เพียงคีมและไขควงไปเท่านั้น ส่วนเงินไม่ได้เก็บไว้ในร้าน เนื่องจากมีคนร้ายเข้ามาขโมยของที่ร้านมา 3 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 16 พ.ย. เข้ามางัดลิ้นชักเก็บเงินได้เงินไป 400 บาท และลำโพงบลูทูธ 1 ตัว
น.ส.กมลชนก กล่าวต่อว่า ผ่านไป 2 วัน คือวันที่ 18 พ.ย. คนร้ายเข้ามาขโมยของและเได้เงินไปประมาณ 200 บาท วันต่อมาวันที่ 19 พ.ย. ได้เข้ามาอีกแต่ครั้งไม่ได้อะไรไป จึงตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิดและสัญญาณกันขโมย
จนกระทั่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 คนร้ายเข้ามาอีกและมีหลักฐานจากกล้องวงจรชัดเจน จึงนำไปแจ้งความที่สภ.เมืองขอนแก่น แต่ตำรวจไม่รับแจ้งโดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าถ้าแจ้งข้อหาบุกรุกก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ข้าวของไม่ได้เสียหายไม่มีอะไรหายก็แจ้งไม่ได้
น.ส.กมลชนก กล่าวต่ออีกว่า ทางฝ่ายสืบสวนได้แค่บอกว่าจะแวะมาดูให้เพราะไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใครมาจากไหน แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มาดู จึงอยากโพสต์ในชาวเน็ตช่วยแจ้งเบาะแสเพราะเกรงว่าไม่ปลอดภัยห่วงว่าตายายที่เฝ้าร้านจะได้รับอันตราย ขณะนี้ก็อยู่อย่างหวาดระแวง จึงอยากให้ช่วยแจ้งเบาะแสและให้ตำรวจลงมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนด้วย