แห่เซลฟี่ น้ำพุโซดา ห้วยกระเจา แต่อดชิม กำนัน เผย เหมือนถูกรางวัลที่1

13 ก.พ. 2564 - 15:54 น.

วันหยุดคึกคัก แห่ชมบ่อน้ำบาดาล น้ำพุโซดา ห้วยกระเจา จ.กาญนบุรี เซลฟี่เก็บที่ระลึก ด้าน กำนัน เผย เหมือนถูกรางวัลที่ 1 ส่วนพื้นที่ส่อขัดแย้ง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เจาะบาดาลในพื้นที่ ม.12 บ้านพะยอมงาม ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี จำนวน 4 บ่อ และที่ ม.19 บ้านทุ่งคูณ จำนวน 2 บ่อ โดยพบรสชาติน้ำที่พุ่งออกมาจากบ่อบาดาล ม.19 ซ่าคล้ายกับโซดา โดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำตัวอย่างของน้ำไปพิสูจน์ ในห้องแลป เพื่อหาสิ่งปนเปื้อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันหยุดคึกคัก แห่ชมบ่อน้ำบาดาล น้ำพุโซดา ห้วยกระเจา จ.กาญนบุรี เซลฟี่เก็บที่ระลึก

วันหยุดคึกคัก แห่ชมบ่อน้ำบาดาล น้ำพุโซดา ห้วยกระเจา จ.กาญนบุรี เซลฟี่เก็บที่ระลึก

ล่าสุดวันที่ 13 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่อีกครั้ง เมื่อไปถึงพบประชาชนทยอยเดินทางมาชมบาดาลโซดาที่น้ำกำลังพุ่งสูงขึ้นไปร่วม 10 เมตร โดยบางรายถ่ายภาพเซลฟี่เอาไว้เพื่อที่ระลึก บางรายต้องการทดลองดื่มน้ำเพื่อพิสูจน์ว่ามีรสชาติคล้ายโซดาจริงหรือไม่ แต่ก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย โดยเทศบาลตำบลห้วยกระเจา ได้นำเชือกมาขึงกั้นบ่อเอาไว้ พร้อมกับนำป้ายประกาศเตือนมาติดตั้งเอาไว้ ว่า “ห้ามดื่มน้ำแร่โซดา เนื่องจากอยู่ระหว่างการทดสอบคุณภาพน้ำ”

นายภัชรพล สืบดา กำนันตำบลห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา กล่าวว่า เหมือนชาวบ้านถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เพราะ ต.ห้วยกระเจา เป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุด จนได้รับฉายาว่า “เป็นภาคอีสานของ จ.กาญจนบุรี” การที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลโดย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาขุดเจาะครั้งนี้ เหมือนชาวบ้านนั้นถูกหวย

นายภัชรพล กล่าวต่อว่า สำหรับน้ำบาดาลหากทำโครงการได้สำเร็จจะสามารถช่วยเกษตรกรได้มากถึง 10 หมู่บ้าน ที่มีประชากร 4,000-5,000 คน พื้นที่การเกษตรที่จริงมีประมาณกว่า 1 แสนไร่ แต่พื้นที่โซนนี้มีประมาณ 50,000 ไร่ น้ำที่ได้มาจากการอุปโภคบริโภค สามารถนำไปใช้ด้านการเกษตรได้ ซึ่งอยากฝากไปถึงนายศักดิ์ดาช่วยให้โครงการนี้สำเร็จให้ได้ ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องที่ดินหรือกรณีข้อพิพาทที่อาจะเกิด เพราะตนกลัวว่าจะเกิดขึ้น แต่ไม่อยากให้เกิด


นายภัชรพล กล่าวอีกว่า แต่อยากจะให้หาทางออกร่วมกัน ตั้งพื้นที่แห่งนี้เป็นที่จ่ายน้ำให้ได้ แล้วมาใช้น้ำร่วมกันทั้ง 2 เขต คือ เขตตำบลบ่อพลอย และ เขตตำบลห้วยกระเจา เพราะว่าพื้นที่บริเวณนี้มีความเหมาะสม คนในเขตพื้นต.บ่อพลอยส่วนมากก็เป็นคนห้วยกระเจา สำหรับปัญหาที่ตนกลัวคือกลัวระเบียบระบบข้าราชการ เพราะหากเลยพื้นที่ของ ต.ห้วยกระเจา จะทำให้ตั้งโรงส่งน้ำไม่ได้ ทำให้ดูแลไม่ได้เหมือนกับเป็นข้อพิพาท เพราะต.ห้วยกระเจาเมื่อก่อนอยู่ในพระราชกฤษฎีกา 2481 ทะเลาะกันเรื่องอยากได้เอกสารสิทธิ์ในที่ดินก็สู้กันมาน่าจะ 4-5 ชั่วอายุคน ซึ่งภาษากฎหมายก็ไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่

“เมื่อชาวบ้านได้น้ำมาใช้แล้วแต่ต้องมาเจอปัญหาเรื่องพระราชกฤษฎีกาอีก และต้องมาแย่งพื้นที่กันอีก ผมจึงมองว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ผมอยากให้หาทางออกร่วมกันคือตั้งโครงการนี้ให้ได้ที่ตรงจุดนี้เพราะว่าพื้นที่ตรงนี้คือจุดที่เหมาะสมที่สุดแล้ว สายไฟฟ้าก็ไม่ต้องขยาย ที่ดินเจ้าของก็อุทิศให้ หากทำสำเร็จก็กระจายน้ำได้เลย ดังนั้น ก็อยากให้ช่วยบูรณาการร่วมกัน” นายภัชรพล กล่าว

กำนัน กล่าวว่า สำหรับจุดเริ่มต้นของข้อพิพาทในการแย่งสิทธิ์นั้น คืออธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวต.ห้วยกระเจา เพราะเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดจนได้รับฉายาว่า “เป็นอีสานของจังหวัดกาญจนบุรี” ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่สำรวจว่าพื้นที่หมู่บ้านไหนมีแหล่งน้ำที่สามารถขุดเจาะบาดาลได้บ้าง ซึ่งก็ออกสำรวจพื้นที่กันมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมาเจอตาน้ำบาดาลในที่แห่งนี้ ซึ่งตาน้ำที่พบเราไม่สามารถที่จะขยับไปที่อื่นได้ แต่เมื่อทางอ.บ่อพลอยเข้ามามีข้อพิพาทแย่งพื้นที่ ตนจึงไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่ดีที่สุดจะต้องมาพูดคุยกัน แล้วทำไปด้วยกัน ใช้น้ำร่วมกัน จึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ด้าน นายชลพรรษา บุญซื่อ นักวิชาการทรัพยาธรณีชำนาญการ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 ( สุพรรณบุรี) กล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง และเราได้รับการร้องจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าอยากได้ระบบน้ำบาดาล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนลงพื้นที่สำรวจเพื่อหาแหล่งน้ำบาดาลแล้วเริ่มลงมือเจาะ

นายชลพรรษา กล่าวต่อว่า บ่อแรกที่เราเจาะปรากฏยังไม่พบน้ำพุแต่เจอปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณ 30 ลูกบาศก์เมตร สำหรับบ่อที่สองปรากฏเจอน้ำพุ ซึ่งบ่อนี้เราเจาะลึกลงไปถึง 303 เมตร เจอน้ำ 30-40 ลูกบาศก์เมตร โดยน้ำพุขึ้นมาครั้งแรกสูงประมาณ 1 เมตรกว่า จากนั้น เราได้เจาะบ่อเพิ่มอีก 1 บ่อ เป็นบ่อที่ 3 ซึ่งก็เจอน้ำพุเช่นกัน โดยน้ำพุพุ่งสูงขึ้นมาประมาณ 3 เมตร มีปริมาณน้ำมากถึง 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการติดตั้งวาล์วเพื่อปิดปากบ่อเอาไว้ แล้วรีดปากบ่อจาก 6 นิ้วให้เหลือประมาณ 3 นิ้ว จึงทำให้น้ำพุพุ่งสูงขึ้นมามากกว่าเดิมเท่าที่เห็น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ แห่เซลฟี่ น้ำพุโซดา ห้วยกระเจา แต่อดชิม กำนัน เผย เหมือนถูกรางวัลที่1
ข่าวที่เกี่ยวข้อง