ฆ่าปาดคอสาวหมกศพในสวนยาง สงสัยฝีมือผัว หลังโทรไปบอกพ่อตาให้มาเก็บศพ

วันที่ 8 พ.ย. ร.ต.อ.บุญเลิศ หวานแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สภ.บ้านโคกยาง จ.ตรัง รับแจ้งพบศพหญิงสาวถูกฆ่าในสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 8 ต.โคกยาง อ.กันตัง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.ท.อนุชัย สวยงาม สว.สส.สภ.บ้านโคกยาง เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.9 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโคกยาง เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง หน่วยกู้ชีพกันตัง และแพทย์เวร ร.พ.กันตัง

ที่เกิดเหตุภายในสวนยางพาราพบศพน.ส.วิลินทรา หรือสาว พิลาพันธุ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ถนนขื่อนา ต.กันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง สภาพนอนหงายมีผ้านวมคลุมตัวไว้ 1 ผืน บริเวณศีรษะถูกครอบด้วยถังสังกะสี บริเวณลำคอมีแผลถูกปาดด้วยมีดเป็นทางยาว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

จากการสอบถาม นายอากร พิลาพันธุ์ พ่อของผู้ตาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่ม คืนที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์จากนายโอ๋ ซึ่งเป็นลูกเขยชาวพม่า พูดว่าขอโทษและให้ไปรับลูกสาวกลับไปด้วย ซึ่งตอนนั้นตนก็ยังรู้สึกงง ว่าลูกเขยกำลังพูดเรื่องอะไร และไม่คิดว่าลูกสาวจะถูกฆ่าตายไม่คิดเลยจริงๆ จนพูดไปพูดมาตนก็ตามย้ำไปจนรู้เรื่อง ว่านายโอ๋ ให้ไปรับศพลูกสาวออกจากสวยยาง แล้วก็วางสายทิ้งไป หลังจากได้รับโทรศัพท์ตนก็โทรติดต่อไปยังหลานชายว่าให้ไปค้นหาแม่ในป่าหลังบ้านพักภายในสวนยางจนพบกลายเป็นศพไปแล้ว ตนมีลูกสาวคนเดียวไม่คิดว่ามาถูกฆ่าตายเช่นนี้ อยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุดและมั่นใจว่าคนร้ายคือ นายโอ๋ ลูกเขยชาวพม่าอย่างแน่นอน หลังจากที่ลูกสาวเลิกรากับสามีเก่า ก็ไปมีสามีใหม่เป็นชาวพม่า ทั้งคู่อยู่กินกันมาประมาณ 1 ปีเศษๆ เท่านั้น

ขณะที่ ด.ช.เอก (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ลูกชายผู้ตาย กล่าวว่า หลังจากได้รับโทรศัพท์จากผู้เป็นตา ตนก็ระดมเพื่อนๆ ช่วยกันค้นหาจนเดินเข้าไปในสวนยางพาราด้านหลังบ้านก็พบกับร่างของแม่ ก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ ทั้งนี้ตนและน้องสาวเพิ่งย้ายมาอยู่กับแม่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ จากเดิมที่อยู่กับพ่อ ก็เห็นว่าพ่อเลี้ยงซึ่งเป็นชาวพม่ากับแม่ทะเลาะเรื่องหึงหวงกันเป็นประจำ และต่างก็ไม่มีใครยอมใคร ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าทำไมพ่อเลี้ยงจึงต้องฆ่าแม่ เพราะวันเกิดเหตุซึ่งคาดว่าน่าจะประมาณวันจันทร์ที่ผ่านมาตนไปนอนบ้านเพื่อน

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานไปยังเส้นทางด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่จะเดินทางไปยังประเทศเมียนมาทุกแห่งให้มีการสกัดนายโอ๋ อย่างเร่งด่วนเพื่อติดตามตัวมาสอบสวนหาความจริง หากพบว่ามีความผิดก็จะส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป