สุดทน! ผู้ใหญ่บ้านหัวร้อน บุกต่อยสาวถึงออฟฟิศ รับฉุน เป็นผู้ใหญ่แต่มาโดนเด็กด่า ทวงค่าแชร์กว่าแสนบาท เผยผู้เสียหายจะแจ้งความหรือดำเนินคดีอย่างไรก็ยอมรับ
เมื่อวันที่ 5 พ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ศิริรักษ์ เฟชใหม่ เพ็ชรประพันธ์” โพสต์คลิปภาพวงจรปิดพร้อมข้อความ ระบุว่า “ใครก็ได้ช่วยแนะนำเราหน่อย วันนี้เราโดนพ่อของเพื่อนในที่ทำงานมาทำร้ายเรา เหตุเพราะเราไปทวงเงินลูกสาวเขา ที่ค้างเราแสนกว่าบาท ทุกครั้งที่ทวงลูกสาวเขาจะปัดความรับผิดชอบไปให้คุยกับพ่อเขา เราทวงมาเป็นปี พอคุยพอทวงเขาก็พูดจาเชิงข่มเหง ทำให้มีปากเสียงกัน แต่มันใช่เหรอ ที่เป็นถึง #ผู้ใหญ่บ้าน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี #กร่างชกต่อยตบตีผู้หญิงในที่ทำงาน มันเหมาะสมแล้วเหรอ เราก็แค่ผู้หญิงตัวคนเดียว จะมีปัญญาอะไรไปทำอะไรเขาได้ แต่วันนี้มันทนไม่ไหวแล้ว เพราะเขาทำเกินไป #นี้เหรอคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านดูแลทุกข์สุขของประชาชน”
ซึ่งในคลิปจะเห็นว่ามีการโต้เถียงกันระหว่างหญิงสาวกับผู้ชายคนหนึ่ง และฝ่ายชายเข้าทำร้ายฝ่ายหญิงด้วยการใช้มือตบหลายครั้ง ก่อนที่จะมีเพื่อนๆ เข้ามาห้ามปรามโดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเที่ยงวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวเดินทางไป ที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อพบกับ น.ส.ศิริรักษ์ 39 ปี ผู้เสียหาย ที่นำหลักฐานใบรับรองแพทย์ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วีรชาติ สีห์รา สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี หลังถูกนายชจร เศวตเวช เป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ในอ.กาญจนดิษฐ์ เข้ามาทำร้ายร่างกายคงที่ทำงานสาเหตุจากเรื่องทวงหนี้
น.ส.ศิริรักษ์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวของนายขจรอายุ 30 ปี ที่เล่นแชร์กับตนเอง และค้างเงินจำนวน 125,000 บาท ซึ่งตนก็ติดตามทวงถามมาดลอดตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ลูกสาวนายขจรบอกปัดความรับผิดชอบไปให้พ่อคือนายขจร โดยโทรศัพท์มาหาตน จากนั้นก็มีปากเสียงกัน ในขณะที่พูดคุยทางโทรศัพท์ หลังวางสายนายขจรขับรถมาหาถึงที่ทำงาน และโต้เถียงกัน และเข้ามาทำร้ายชก ต่อย และเตะ ตนที่บริเวณใบหน้า จนได้รับบาดเจ็บ ตามคลิปที่เห็น ตนเองรู้สึกหวาดกลัว เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และยืนยันจะเอาเรื่องถึงที่สุด
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ นายขจร เศวตเวช อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.กรูด อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายขจร เล่าให้ฟังว่า ลูกสาวของตนซึ่งทำงานอยู่ในออฟฟิศดังกล่าวได้เล่นแชร์กับเพื่อนร่วมงาน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งลาออกจากงานแล้วหายไปเลย โดยไม่ส่งแชร์ ลูกสาวตนต้องเป็นผู้รับผิดชอบส่งแชร์ให้อยู่ระยะหนึ่ง แต่ส่งไม่ไหว จึงมาปรึกษาพ่อกับแม่ ตนจึงช่วยลูกสาวไปแล้วจำนวน 30,000 บาท
ส่วนที่เหลือได้บอกกับผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายว่า ไม่สามารถรับปากได้ว่าจะจ่ายได้เมื่อไหร่ เพราะกลัวว่าจะผิดคำพูด แต่ก็โดนโทรศัพท์ทวงอยู่บ่อยๆ จนมาวันนี้ภรรยาได้รับโทรศัพท์จริง เปิดให้ฟังจนได้ยินเสียงเด็กด่ามา จึงขับรถไปหาที่ออฟฟิศ เมื่อเจอก็มีการโต้เถียง และถูกด่าอีก จึงบันดาลโทสะชกต่อยไปหลายครั้ง
จากนั้น จึงขับรถกลับมาที่บ้าน ตนเป็นผู้ใหญ่แล้ว เด็กไม่สมควรจะมาใช้วาจาไม่สุภาพแบบนั้น ทำให้ระงับอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ ส่วนผู้ที่ถูกทำร้ายจะแจ้งความหรือดำเนินการอย่างไรตนก็ยอมรับ แต่อย่างไรก็ตาม ฝากขอโทษเจ้าของสถานที่ที่ตนไปก่อเรื่องด้วย ด้านผู้ที่ถูกทำร้ายขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ เพียงแต่ส่งข่าวมาว่า ยังมีอาการเจ็บและมึน หากอาการดีขึ้นเมื่อไหร่จะติดต่อกลับมา


