เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 พ.ย. พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน และฝ่ายปราบปรามยาเสพติด ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ แถลงผลการจับกุมตัวนายเอกลักษณ์ หรือหนุ่ม พรหมแสง อายุ 20 ปี และนายอัจฉริยะ หรือเต๊ะ แสงพารา อายุ 19 ปี สองผู้ต้องหาในคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีของกลางทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปบางส่วนและรถจักรยานยนต์ ทะเบียน กรบ79 ร้อยเอ็ด เป็นพาหนะในการก่อเหตุ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่บ้านเช่าเลขที่ 132/2 ถ.ทุ่งศรีเมือง ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังรับสารภาพว่าก่อเหตุในหลายพื้นที่ อีกทั้ง ยังมีประวัติเสพยาเสพติดและถูกจับในคดีลักทรัพย์
ภายหลังแถลงผลจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้เข้าไปลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านวีพีวิว เป็นบ้านของด.ต.สัมฤทธิ์ ภูปรางค์ ผบ.หมู่(ป.) สภ.กมลาไสย เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 3,600 บาท จากนั้น ได้ไปก่อเหตุอีกภายในหมู่บ้านจัดสรร “ปาวรี” หมู่บ้านหรู ตั้งอยู่บนถ.มาประณีต เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เหตุเกิดวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้าไปลักทรัพย์ถึง 3 หลัง หลักแรกเป็นบ้านของน.ส.จิราภรณ์ ภูผาลัย คนร้ายได้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ต นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน กล้องถ่ายรูป บัตรกดเงินสดธนาคาร และเงินสด 400 บาท
หลังที่ 2 เป็นบ้านของน.ส.ณพัชนันต์ เอื้อกิ่งเพชร คนร้ายได้เงินสดไป 7 หมื่นบาท และ กำไรข้อมือ นาฬิกา พร้อมของมีค่ารวม 4 รายการ และหลังที่สามบ้านของนายธนา สุขาภิรมย์ คนร้ายขโมยธนบัตร กระเป๋าสะพาย รวม 6 รายการ
โดยคดีลักทรัพย์ครั้งนี้ นายเอกลักษณ์ สารภาพว่า ได้เข้าไปลักทรัพย์คนเดียว แต่จะมีนายอัจฉริยะคอยขี่รถจักรยานยนต์ดูต้นทาง ทั้งนี้ จะเลือกก่อเหตุเข้าหมู่บ้านจัดสรรที่มีราคาแพง ซึ่งเจ้าของบ้านมีฐานะ มีทรัพย์สินจำนวนมาก และความหละหลวมของ รปภ.หมู่บ้าน เพราะจะคุ้มค่ากับการเสี่ยง และเลือกตัวบ้านที่ไม่ติดลูกกรง โดยเฉพาะที่หมู่บ้านปาวรีนั้น นายเอกลักษณ์ได้ปีนข้ามรั้วเข้าไปก่อนที่จะปีนเข้าบ้าน โดยอาศัยจังหวะในช่วงเวลา 01.00–04.00 น. และบ้านที่ไม่มีคนอยู่ ซึ่งได้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้อยู่อาศัย
ด้าน น.ส.ณพัชนันต์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ปัญหานี้ต้องการให้ รปภ.หมู่บ้านตรวจสอบป้องกันให้มากกว่านี้ เนื่องจากค่าส่วนกลางก็เสีย แต่ทำไมถึงปล่อยให้มีเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมา แต่ก็ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามรถจับกุมตัวคนร้ายได้
ส่วน นางบัวเฮือง ถิ่นมีผล อายุ 67 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ในช่วงเกิดเหตุตนอยู่กับหลานสองคนและได้ยินเสียคนเข้ามาขโมยของ แต่ก็ไม่กล้าออกมา เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้าย แต่เมื่อตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้เชื่อว่าได้ก่อเหตุในหลายท้องที่ เพราะในเขตอ.ยางตลาดก็มีการลักทรัพย์หมู่บ้านจัดสรรเช่นกัน ซึ่งจากการสอบประวัติทั้งสองคนมีประวัติเกี่ยวพันยาเสพติด ทั้งนี้ สำหรับผู้เสียหายที่คาดว่าจะถูกสองคนร้ายนี้ขโมยของก็สามารถติดต่อเพื่อของตรวจสอบของกลางที่ตำรวจได้ทำการยึดมาได้ในขณะนี้ด้วยทั้งนี้สิ่งที่ต้องการสำหรับหมู่บ้านจัดสรรเพื่อความไม่ประมาท ผู้บังคับการฯ แนะนำให้เจ้าของหมู่บ้านติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมต่อไป
อย่างไรก็ตาม ภายหลังแถลงเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรปาวรี ได้มอบเงินสดจำนวนหนึ่งให้กับชุดจับกุมเพื่อเป็นการแสดงความของคุณและเป็นขวัญกำลังใจต่อไป





