เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท.ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยพล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และพ.ต.อ.ปัญณพัตน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ร่วมกันแถลงผลจับกุมตัวนายสมคิด ทีเทศ อายุ 42 ปี คนร้านที่ลงมือทำร้ายร่างกายนายละเอียด อุดมรักษ์ อายุ 78 ปี จนเสียชีวิต และนางสิน สิมนางบัว อายุ 74 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะเอาของมีค่า เช่น สร้อยคอทองรูปพรรณหนัก 2 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองเหรียญหลวงพ่อโสธรลงยา เลสข้อมือทองคำหนัก 5 บาท แหวนเพชรล้อมพลอย 2 วง เงินสด 13,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นคาเซ่ สีเทา ทะเบียน บบร.982 กทม. หลบหนีไป
พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนแกะรอย หาข้อมูลจากพยานและภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่คาดว่าอาจเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี กระทั่ง สืบทราบว่าคนร้ายรายนี้คือนายสมคิด ทีเทศ อายุ 42 ปี ชาวจ.มหาสารคาม อาศัยอยู่ในบ้านสวนใกล้บ้านที่ก่อเหตุ โดยหลังเกิดเหตุนายสมคิดได้หายตัวไป
ต่อมาทางชุดสืบสวนทราบว่า นายสมคิดได้เดินทางกลับภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัด จึงติดตามจับกุมตัวได้ที่บ่อน้ำหลังบ้านพัก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบมีคดีฆาตกรรมและคดีอื่น ๆ ติดตัวโชกโชน ล่าสุดถูกจำคุก 10 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อ 25 ธ.ค. 2559 ก่อนจะมาลงมือก่อเหตุอีก
ด้าน พ.ต.อ.ปัญณพัตน์ กล่าวว่า หลังทราบเหตุที่เกิดขึ้น ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งร่วมประชุมวางแผนกับชุดสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี และชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนหาข้อมูลกันกับทางสืบสวนภูธรภาค 1 ในการติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ให้ได้ เนื่องจากคนร้ายได้ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์และฆ่าอย่างอุกอาจโหดเหี้ยม โดยถือเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและได้รับความสนใจของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบในทางลับจนสามารถสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ได้ภายในเวลา 72 ชั่วโมง
จากการสอบสวนนายสมคิด ให้การรับสารภาพว่า ตนได้พักอาศัยอยู่ในสวนใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนหน้านั้นตนได้มาซื้อของใช้ส่วนตัวที่ร้านขายของชำของลุงกับป้า และสังเกตุเห็นว่า ลุงผู้เสียชีวิตใส่ทองเต็มตัวและอาศัยอยู่กับป้าเพียงสองคนตามลำพัง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้มานั่งดื่มเบียร์ที่บริเวณโต๊ะม้าหินที่หน้าร้าน เพื่อรอโอกาสช่วงเหมาะปลอดคน ก่อนจะทำทีขอลุงเข้าห้องน้ำภายในบ้าน ซึ่งลุงได้เดินนำหน้าพาตนเข้าไป เป็นจังหวะที่คน มองไม่เห็น ตนหยิบท่อนเหล็กขึ้นมาฟาดที่หัวของลุงและผลักเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะกระหน่ำตีไปที่ศรีษะของผู้เสียชีวิตหลายครั้งจนแน่นิ่งไป
จากนั้น จึงปลดทรัพย์สินทองรูปพรรณที่ผู้เสียชีวิตใส่ติดตัวเอาไว้ใส่ถุงออกมา พร้อมกับออกอุบายบอกป้าว่า ลุงผู้เสียชีวิตได้เรียกหา เมื่อป้าได้เดินเข้ามาในจุดลับตาคน ตนจึงใช้ท่อนเหล็ก ฟาดเข้าที่บริเวณศรีษะอย่างแรง จึงทำให้ป้าล้มทั้งยืนและทรุดตัวลงไปนอนกองกับพื้น จากนั้นตนจึงรีบกลับไปล้างตัวที่บ้านพัก ก่อนจะหลบหนีกลับภูมิลำเนาที่ต่างจังหวัด กระทั่ง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดหน่วยปฎิบัติการพิเศษกว่า 50 นาย ได้ควบคุมตัวนายสมคิด ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านที่ทราบข่าวเกือบ 100 คน มารอดูโฉมหน้าของฆาตกรใจโหดรายนี้ พร้อมทั้งตะโกนเสียงด่าสาปแช่งของชาวบ้านที่อยู่รอบพื้นที่ โดยใช้เวลาทำแผนที่เกิดเหตุ 30 นาที เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวขึ้นรถตู้ออกไป เนื่องจากเกรงว่าชาวบ้านจะเข้ามารุมทำร้ายผู้ต้องหา




