เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางเกสร คำทองไชย อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 2 ต.หนองสนม อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสกลนคร ว่า เมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมานำโฉนดที่ดินจำนวน 60 ไร่ เพื่อไปขอกู้เงินจากนายทุนเงินรายหนึ่งเป็นการจำนองในเมืองสกลนคร เพื่อมาใช้จ่าย โดยจะขอไถ่ถอนคืนภายใน 3 เดือน แต่ต่อมาประมาณหนึ่งเดือน ได้รับแจ้งจากจากนายทุนว่า ให้นำเงินมาคืนเพราะครบกำหนดแล้ว แต่เห็นว่าไม่ตรงกับที่ตกลงกัน จึงรอให้ครบ 3 เดือน เมื่อจะนำเงินไปคืน ปรากฏว่านายทุนดังกล่าวนำใบมอบอำนาจ ไปโอนที่ดินเป็นชื่อของตนเองแล้ว จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม แต่ก็ไม่เกิดผล เพราะเรียกไปไกล่เกลี่ยให้ตนเองใช้เงินให้นายทุนในราคาที่สูงเกินความเป็นจริงกับที่กู้มา ตนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอถอนเรื่องจากศูนย์ดำรงธรรม เพื่อไปดำเนินการเอง

เนื่องจากการกู้เงินและนายทุนทำเอกสารมอบอำนาจปลอม ซึ่งในเอกสารที่ได้เซ็นชื่อนั้นไม่ได้กรอกข้อความใดๆและนำไปโอนที่ดิน ซึ่งหนังสือสัญญาปลอมขึ้นมาเป็นเท็จ ซึ่งในการกู้เงินนายทุนก็หักดอกเบี้ยล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว 3 เดือน จึงปรึกษาฝ่ายกฎหมายและยื่นฟ้องเพื่อเพิกถอนนิติกรรมการโอนขาย และเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดสว่างแดนดินพิพากษาเพิกถอนการปลอมใบมอบอำนาจโอนที่ดินจำนวน 60 ไร่

นางเกษร คำทองไชย กล่าวด้วยความดีใจถึงกับหลั่งน้ำตาที่ได้ที่ดิน 60 ไร่คืน ว่า ได้มอบอำนาจให้นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย ทนายความและยังเป็นสจ.สกลนคร เขตอำเภอวานรนิวาส ที่เข้ามาช่วยเหลือ ดำเนินการต่อที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางว่าจะพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ร่วมกระทำผิดหรือไม่แล้ว

“กราบขอบพระคุณทุกฝ่ายที่ได้ให้ความช่วยเหลือ และความเป็นธรรมวันนี้คงนอนตาหลับได้ เพราะนำที่ดินไปค้ำกู้ยืมเงินแต่กลับมาพบแบบนี้ ที่ดินดังกล่าวเป็นมรดกตกทอดมาจากรุ่นพ่อแม่ตลอดมาอาศัยทำกินกับลูกหลาน ขอบคุณอีกครั้ง” คุณยายเกษร กล่าวพร้อมยกมือไหว้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน