บิ๊กโจ๊ก แถลงออกหมายจับเพิ่ม11ราย คดีขโมยรังนก รวบแล้ว8 มีจนท.ด้วย2ราย
จากกรณี บริษัท สยามเนสท์ 2022 จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานรังนกอีแอ่นบริเวณ หมู่เกาะสี่เกาะห้า อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ร้องเรียนว่าหลังจากเข้ารับมอบพื้นที่สัมปทานเก็บรังนก เมื่อต้นเดือน กันยายน 2564 พบว่ามีการลักลอบเข้าไปเก็บรังนกบริเวณดังกล่าว ทำให้ลูกนกตายจำนวนมากสร้างความเสียหายต่อบริษัทผู้รับสัมปทาน เป็น จำนวนเงินมูลค่าหลายพันล้านบาท
ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าว จากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มคนร้ายลักลอบเข้าไปเก็บรังนกในพื้นที่สัมปทานหมู่เกาะสี่เกาะห้า ระหว่างวันที่ 14 มิ.ย.- 9 ก.ย.64 จึงได้สืบสวนหาตัวคนร้าย จนมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีผู้กระทำความผิด โดยขออนุมัติศาลจังหวัดพัทลุง ออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ในชุดแรกแล้ว จำนวน 6 ราย
แบ่งเป็นผู้ลักลอบเข้าไปเก็บรังนก จำนวน 4 ราย ความผิดฐาน “ร่วมกันเก็บรังนกที่มีอยู่ตามธรรมชาติบนเกาะหรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่ได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการ, ร่วมกันเข้าไปกระทำการใดๆ บนเกาะ หรือในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่มีรังนกอยู่ตามธรรมชาติ อันเป็นหรืออาจเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่น หรือรังนก หรืออาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะหรือที่สาธารณสมบัติแผ่นดินดังกล่าว (ตาม พ.ร.บ.รังนกอีแอ่น พ.ศ.2540 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง , 25 , 28) ,
ร่วมกัน เก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าคุ้มครอง, ล่าสัตว์ป่า หรือเก็บ หรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่านั้น ในพื้นที่ที่รัฐมนตรีประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 14 วรรคสอง , 67 (1)”
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการคุ้มครองหมู่เกาะรังนกอีแอ่น จำนวน 2 ราย ความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ (ตาม ป.อาญา มาตรา 149 และ 157 ) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามจับกุมได้แล้วทั้ง 6 ราย ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค9 จ.สงขลา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยความคดี จากการสืบสวนต่อมาพบว่า มีกลุ่มคนร้ายอีกจำนวนหลายคนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ จึงสืบสวนจนทราบตัวคนร้าย อีกจำนวนทั้งสิ้น 11 ราย มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีผู้กระทำความผิด โดยขออนุมัติศาลจังหวัดพัทลุง ออกหมายจับผู้ต้องหาในชุดที่สอง จำนวน 11 ราย ประกอบด้วย
1.นายศราวุธ ชูชื่น อายุ 57 ปี 2.นายนิคม จาริยะ อาย 54 ปี 3.นายประวิทย์ ชูเกื้อ อายุ 60 ปี 4.นายประจวบ หีตฤทธิ์ อายุ 50 ปี 5.นายประจิม หีตฤทธิ์ อายุ 52 ปี 6.นายหร่อหมาน ไหลหมัด อายุ 51 ปี 7.นายทัศกร รอดรวยรื่น อายุ 28 ปี
8.นายสนธยา หีตฤทธิ์ อายุ 28 ปี 9.นายจินกร อัจฉราทิพย์ อายุ 46 ปี 10.นายร่อหาม หลับสะ อายุ 46 ปี 11.นายนายสุธรรม ขุนล่ำ อายุ 48 ปี โดยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดน จำนวน 2 คน คือนายประวิทย์และนายหร่อหมานซึ่งจะมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 149 และ 157
เมื่อศาลจังหวัดพัทลุงได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 11 รายดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังจากหลายหน่วยเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 8 คน จาก จังหวัดชุมพรและจังหวัดพัทลุง คงเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับอีกจำนวน 3 ราย คือ นายสุธรรม ขุนล่ำ , นายทัศกร รอดรวยรื่นและนายประวิทย์ ชูเกื้อ
คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะได้ดำเนินการเร่งรัดการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และจะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายต่อไป