ปมหญิงสาววัยเบญจเพส หายตัวนานร่วมเดือน แม่คาใจตร.ทำคดี หลังพบร่างลูกสาวเป็นศพไร้ญาติ เผยเจอรองเท้าปริศนา ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
จากกรณีที่ น.ส.จิรารัตน์ หรือน้องเจน (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาว หายตัวไปจากหอพักตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของวันที่ 2 ต.ค. 64 ทางญาติไม่สามารถติดต่อได้ และได้มีการแจ้งความตามหาคนหายเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา จนมาพบว่าน.ส.จิรารัตน์ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. โดยร่างผู้เสียชีวิตถูกเก็บรักษาไว้ที่รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ หลังจากนั้นญาติได้นำร่างกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดใน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 28 ต.ค.2564 น.ส.ประภาศรี แม่ของน้องเจน เปิดเผยว่า ตนทำงานที่ต่างจังหวัด ปกติจะโทรศัพท์พูดคุยกับลูกสาวเป็นประจำ และครั้งล่าสุดได้แช็ตพูดคุยกับลูกสาวเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา และน้องเจนแช็ตหาญาติ ในหมู่บ้านเดียวกันช่วงก่อนเกิดเหตุ ไม่นานก่อนจะขาดการติดต่อ ซึ่งตนและญาติได้พยายามติดต่อน้องเจนมาตลอด แต่ไม่มีการตอบกลับจากน้องเลย จนมาทราบอีกทีว่าน้องเจนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต
น.ส.ประภาศรี เผยต่อว่า ก่อนหน้านั้นป้าน้องเจน และเพื่อนที่พักหอพักห้องเดียวกันได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนมาพบร่างของน้อง ซึ่งหลังจากตนและญาติๆเห็นสภาพรถของน้อง พบว่าด้านท้ายเสียหายคล้ายถูกชน ส่วนด้านหน้ารถพังยับ ขณะที่ภาพในที่เกิดเหตุพบรองเท้าผ้าใบปริศนาตกอยู่ ทำให้เกิดสงสัยว่าน้องอาจะไม่ได้ขี่รถล้มเอง จึงอยากจะให้ตำรวจตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้ง ว่าเกิดจากอุบัติเหตุน้องเจนรถล้มเอง หรือมีรถคันอื่นมาชนทำให้น้องเสียชีวิต
นอกจากนี้อยากให้ตรวจสอบว่า การเจ้าตำรวจร้อยเวรที่รับผิดชอบคดีนี้ไม่ได้มีการติดตามคดีหรือตามหาญาติ เพื่อมารับร่างน้องเจน ปล่อยให้น้องเจนไร้ญาติ อยู่ในโรงพยาบาลนานเกือบเดือน โดยทางตำรวจอ้างว่าไม่มีเอกสารติดตัวน้องเจน เลยไม่ทราบว่าเป็นใคร ในจุดนี้อยากจะเรียนถามว่า ทะเบียนรถจักรยานยนต์ติดอยู่ที่รถ ไม่นำเลขมาเช็กว่าเป็นรถใครหรือเจ้าของรถเป็นใคร และที่กระเป๋าของเจนมีเอกสารและชื่ออย่างชัดเจน
ซึ่งตำรวจ สายตรวจได้นำไปให้ตำรวจนายนี้แล้ว แต่กลับไม่มีการเปิดดูเอกสารอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มีบัตรประชาชน แต่มีตั๋วจำนำที่ระบุชื่อจริง-นามสกุล ของน้องเจนไว้อย่างชัดเจน ทำไมไม่นำชื่อมาค้นหาในระบบข้อมูล จากการสอบถามข้อมูลพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดี ไม่ได้เข้าไปในจุดเกิดเหตุด้วยซ้ำ ให้ตำรวจสายตรวจดำเนินการเองทั้งหมด พร้อมกับไม่มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดด้วยซ้ำ ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร