เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (บก.ภ.จว.) พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้สรุปสำนวนคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ในคดีปั้นพยานเท็จหาผู้รับผิดแทน ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้ส่งสำนวนซึ่งมีความหนา 1,505 หน้า พร้อมสรุปความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ร่วมขบวนการรวมทั้งสิ้น 11 คน
พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวต่อว่า โดยแยกข้อหาของแต่ละคนดังนี้คือ 1.นางจอมทรัพย์ ส่งฟ้อง 2 ข้อหา คือซ่องโจรและร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดีในการพิจารณาคดีอาญา 2.นายสุริยา หรือครูอ๋อง นวลเจริญ เพื่อนสนิทของนางจอมทรัพย์ ส่งฟ้อง 6 ข้อหา ซ่องโจร ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดีในการพิจารณาคดีอาญา ใช้ให้ผู้อื่นเบิกความอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดี ในการพิจารณาคดีอาญา ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายและข้อหาร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาเชื่อว่าได้มีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้น
3.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานผู้อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ส่งฟ้อง 3 ข้อหา ซ่องโจร ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาเชื่อว่าได้มีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้น เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี
4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์ ส่งฟ้อง 3 ข้อหา ซ่องโจรร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดี ในการพิจารณาคดีอาญา 5.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานที่อ้างว่านั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนางทัศนีย์ขณะเกิดเหตุ ส่งฟ้อง 2 ข้อหา ซ่องโจร เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี
6.นายเสน่ห์ สุพรรณ เพื่อนของนางจอมทรัพย์ ส่งฟ้อง 2 ข้อหา ซ่องโจร และร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย 7.นางรจนา จันทรัตน์ เพื่อนสนิทนางจอมทรัพย์ ส่งฟ้อง 3 ข้อหา ซ่องโจร ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย เบิกความอันเป็นเท็จในข้อสำคัญในคดี ในการพิจารณาคดีอาญา 8.น.ส.วาสนา เพชรทอง หลานสาวนางจอมทรัพย์ ที่ได้รับมอบอำนาจให้ยื่นร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งฟ้อง 2 ข้อหา คือซ่องโจร ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในข้อสำคัญ ในคดีในการพิจารณาคดีอาญา
พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวต่อว่า 9.นายธณัช สุขตลอดปี ทนายความที่ให้การช่วยเหลือนายสุริยาหรือครูอ๋องรอดพ้นคุกสมัยค้าไม้หวงห้ามข้ามชาติ ส่งฟ้อง 4 ข้อหา คือซ่องโจร แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงาน อัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และร่วมกันทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา เชื่อว่าได้มีความอาญาอย่างใดเกิดขึ้น
พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวอีกว่า ส่วนนายสับ วาปี ผู้สมอ้างว่าเป็นคนขับรถยนต์ชนนายเหลือ พ่อบำรุง ถึงแก่ความตาย และนางจันทร์ วาปี ภรรยา ที่เดินทางไปปรากฏตัวกับนายสับตามสถานที่ต่างๆ ถูกส่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา รวม 5 ข้อหา คือซ่องโจร ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชกา โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี
พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวด้วยว่า ในวันเดียวกัน ร.ต.อ.หญิง จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดนครพนม เพื่อพิจารณาสั่งคดีแล้ว ทั้งนี้ หากอัยการพิจารณาสำนวนแล้วเห็นว่ามีความสมบูรณ์ครบถ้วน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสั่งสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก คาดว่าภายในเร็วๆนี้ อัยการจะสามารถสั่งคดีได้ ซึ่งเรามีเวลาในการสืบสวนสอบสวน 48 วัน พนักงานสอบสวนที่ตั้งขึ้นจาก บช.ภ.4 ทำงานทุกวัน สามารถสอบสวนพยานรวมทั้งสิ้น 68 ปาก และส่งสรุปสำนวนให้สำนักงานอัยการจังหวัดใช้เวลาทั้งหมด 39 วัน
ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า คดีนี้ถือเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนั้น ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อ 13 และ 53 ก็จะต้องตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นพิจารณาสำนวนและสั่งคดี หากมีความเห็นสั่งฟ้องทุกข้อหา พนักงานอัยการก็สามารถยื่นฟ้องผู้ต้องหาได้เลย โดยจะต้องรายงานอธิบดีอัยการภาค 4 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาตามสายงานให้ทราบด้วย
นายประยุทธ กล่าวต่อว่า แต่หากคณะทำงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามขั้นตอนในระเบียบดังกล่าว ก็จะต้องเสนอให้อธิบดีอัยการภาค 4 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาสั่งคดี อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 11 คน โดยมี 9 คนที่ได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 2 คนคือนางจอมทรัพย์กับนายสุริยา ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน ขณะนี้ถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม

