เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.เขต 3 จังหวัดพะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย ลงพื้นที่พบปะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.ขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯเพื่อรับทราบข้อมูลปัญหาต่างๆในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังได้นำถุงปันน้ำใจ (ถุงยังชีพ)ไปมอบให้ผู้พิการ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ถูกกักตัวที่บ้านจากผลกระทบโควิด-19 ใน ตำบลขุนควร อีกด้วย

“หากทำงานด้วยจิตวิญญาณ คำว่าเหนื่อย ท้อแท้ท้อถอยก็จะไม่มี วันนี้ทำหน้าที่เต็มที่ พรุ่งนี้ดูแลชาวบ้าน ตลอดเวลาที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทน ผมพยายามทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบ ที่สุดและบอกตัวเองอยู่เสมอว่าผมมา เพื่อทำงาน ต้องการรับใช้ประชาชน” นายจีรเดช กล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวของนายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทย ในวันนี้ได้มอบหมายทีมงานลงพื้นที่ นำถุงยังชีพมอบให้ตัวแทนเทศบาลตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล และประธานชุมชนหลังศาล ตำบลในเมือง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับครอบครัวพี่น้องประชาชนที่ทำการกักตัวจากโรคโควิด-19 เป็นการบรรเทาทุกข์และแก้ไขความเดือดร้อนเบื้องต้น เนื่องจากไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

“หากพี่น้องท่านใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ทางเพจส.ส.ไผ่ ลิกค์ หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-777 -7776 ด้วยรักและห่วงใยพี่น้องประชาชนครับ” นายไผ่ ระบุ

ขณะที่นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.เขต 3 จ. ตาก พรรคเศรษฐกิจไทย และทีมงานลงพื้นที่พบปะพี่น้อง อสม.อำเภอแม่ระมาด จ.ตาก เนื่องในวันอาสาสาธารณสุขแห่งชาติ พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนอาหารกลางวัน 150 กล่อง ,น้ำดื่ม 50 โหล และข้าวสาร 60 กระสอบเพื่อให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนด้วยดีตลอดมา

วันเดียวกัน นายปัญญา จีนาคำ ส.ส. เขต 1 จ.แม่ฮ่องสอน พรรคเศรษฐกิจไทย มอบถุงยังชีพให้ตัวแทนผู้นำชุมชนในเขต ต.นาปู่ป้อม ต.ปางมะผ้า และ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบและกักตัวตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ต่อไป

“ขอขอบคุณ ท่านหัวหน้าพรรคและท่านเลขาธิการพรรคที่ห่วงใยประชาชน พร้อมประสานให้นำถุงยังชีพมามอบให้ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบโควิด” นายปัญญา กล่าว

ด้านนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.เขต 1 จ.สมุทรสาคร พรรคเศรษฐกิจไทย นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวในตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยได้ร่วมพูดคุยรับฟังปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งในขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่การเลี้ยง, การจับกุ้ง คัดกุ้ง จนถึงการนำส่งขายในตลาดรับซื้อให้แพกุ้ง, ผู้ค้าในตลาดทั่วไป และผู้ประกอบการส่งออกอาหารทะเลอย่างครบวงจร

“เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพฟาร์มกุ้ง และแรงงานรับจ้างคัดกุ้งจับกุ้งต่างพึ่งพากันเป็นระบบ ซึ่งวันที่จับกุ้งนั้น ทราบว่าแรงงานส่วนใหญ่มาจากคลองตัน บ้านแพ้ว ส่วนผู้คัดกุ้ง จากมหาชัย ท่าฉลอม ดอนราว ยกกระบัตร เป็นต้น จะมาทำงานตั้งแต่เช้า จนถึงดึก ถึงเสร็จสิ้น ได้รับค่าแรงเป็นรายวันๆ ละ 350 บาท ทุกฝ่ายทำงานสอดรับกันอย่างลงตัว แข่งกับเวลา เพราะการจับกุ้งนั้นต้องอาศัยความรวดเร็วในการนำกุ้งขึ้นจากบ่อและคัดไซส์กุ้งให้เร็วที่สุด ถ้าอากาศร้อนแล้วกุ้งอยู่ในตะกร้าตั้งไว้นานๆ คนคัดกุ้งคัดไม่ทันจะทำให้กุ้งช้ำเสียหายถูกตัดราคา เจ้าของฟาร์มผู้เลี้ยงกุ้ง เจ้าของแพกุ้งที่มารับซื้อกุ้ง ก็จะได้กำไรน้อยลง จึงนับว่าคนคัดกุ้ง คนจับกุ้ง มีความสำคัญต่อเจ้าของฟาร์มกุ้งและผู้ส่งออกกุ้งมาก ถือเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆในระบบอุตสาหกรรมอาหารทะล ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” นางสาวจอมขวัญ กล่าว

ทั้งนี้ นางสาวจอมขวัญยังได้มอบถุงยังชีพให้ผู้ที่มารับจ้างจับกุ้ง และคัดกุ้ง จำนวน 80 ชุด เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานและบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตประจำวันต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน