จากกรณีน.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ หรือ อะตอม อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ร้องว่าถูกคนร้ายเป็นกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี จนส่งผลให้เป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง ถึงขั้นต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัว จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัว น.ส.ปวีณา อายุ 30 ปี เข้ามาปากคำหลังพบว่าเป็นผู้ที่นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ ล่าสุดตำรวจจับกุมตัวหญิงสาวที่นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารได้แล้ว เบื้องต้นยอมรับว่า นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีจริง โดยได้รับการว่าจ้าง 1 หมื่นบาท จากนายไซม่อน ชายชาวต่างชาติผิวดำ ให้ไปเปิดบัญชีธนาคารรวม 5 บัญชี แต่ได้รับเงินเพียงแค่ 4,000 บาท เท่านั้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. มีรายงานว่าชุดคลี่คลายคดีเดินทางไปสอบปากคำน.ส.เจรติ สายสิญจน์จน์ หญิงสาวคนสนิทของนายอายัค ไซมอน อีโก้ สัญชาติแคมารูน ซึ่งปัจจุบันถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำโพธิ์แก้ว จ.นครปฐม เพื่อสอบปากคำหลังพบข้อมูลว่าเป็นผู้นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ไปเปิดบัญชีธนาคาร ในพื้นที่สน.วังทองหลาง และเปิดซิมโทรศัพท์ในพื้นที่สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จำนวน 4 บัญชี อีกทั้งตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินว่า มีการโอนถ่ายเงินไปที่บัญชีของบุคคลอื่นอีกหรือไม่
ขณะเดียวกันชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการประสานเส้นทางการเงินบัญชี 9 ธนาคารที่คนร้ายเปิดบัญชีในชื่อของน.ส.ณิชา เพื่อนำมาวิเคราะห์ นอกจากนี้ อยู่ระหว่างนำภาพวงจรปิดจากธนาคารทั้ง 7 ที่คนร้ายไปเปิดบัญชีมาวิเคราะห์ขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออีกหรือไม่
มีรายงานว่าชุดสืบสวนได้นำภาพวงจรปิดจากหน้าตู้เอทีเอ็มจากหลายสถานที่ที่นายไซมอนไปกดเงิน มาวิเคราะห์แนวทางสืบสวน กระทั่งพบภาพหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง สวมเสื้อคอปกสีดำผมทรง เดทร็อคไปกดเงินกับนายไซมอนเมื่อราวเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวหญิงสาวรายนี้ เบื้องต้นทราบชื่อว่า น.ส.พร ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายไซมอน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จากแนวทางการสืบสวนพบเพียงว่า กลุ่มคนร้ายที่นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีนั้นกระทำในลักษณะขบวนการ ซึ่งมีนายอายัค ไซมอน อีโก้ สัญชาติแคมารูน เป็นหัวหน้าขบวนการ
โดยมีหญิงสาวไทย 2 รายคือ น.ส.ปวีณา (ขอสงวนนามสกุล) และน.ส.เจระติ หรือแอน (ไม่ทราบนามสกุล) เป็นผู้ร่วมขบวนการ ทั้งนี้ยังพบว่าน.ส.แอนนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี ในพื้นที่สน.วังทองหลาง และเปิดซิมโทรศัพท์ในพื้นที่สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ส่วนน.ส.ปวีณา นำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีธนาคารที่ในเขตท้องที่สน.ภาษีเจริญ สน.หลักสอง และสน.ทุ่งมหาเมฆ โดยแผนประทุษกรรมขณะนี้พบว่าไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่เป็นแก๊งโรแมนซ์สแกม
มีรายงานว่า สำหรับคดีนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. บูรณาการระดมชุดสืบสวนจากหลายภาคส่วน ทั้งในส่วนของตำรวจภูธรภาค 6 ตำรวจภูธรจังหวัดตาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการปราบปราม สภ.บ้านตาก พร้อมตั้งคณะทำงานคลี่คลายคดีนี้ โดยประสานข้อมูลกับทางชุดทำงานของ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีพล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. 1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท. 2 และพ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ ทำการคลี่คลายคดีนี้โดยเร็ว
ซึ่งเบื้องต้นคดีดังกล่าวต้นเรื่องทางบช.ภ. 6 และสภ.บ้านตาก ดำเนินการตรวจสอบในส่วนหนึ่ง ในส่วนของการขยายผลทางคดีในส่วนของแก๊งโรแมนซ์สแกมทางชุดทำงานของพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้ประสานงานกับทางสตม.และธนาคารทั้ง 9 แห่ง นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบน.ส.ณิชา เพื่อคลายปมว่าเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่ทางบก.สส.บช.น. เป็นผู้รับผิดชอบ