รองโฆษก ตร.เตือน ไปทำงานสามเหลี่ยมทองคำ หวังได้เงินเยอะ สุดท้ายถูกหลอก บังคับทำผิดกฎหมาย
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. แจ้งเตือนขณะนี้ มีประชาชนบางส่วนตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกชักชวนไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
โดยข้อมูลที่ได้จากผู้เสียหายทราบว่า กลุ่มคนร้ายจะประกาศรับทำงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าจะเป็นการจ้างไปทำงานในกาสิโนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนที่สูง จากนั้นจะให้ติดต่อกับนายหน้าผ่านทางแอพพลิเคชั่น WeChat (วีแชท) เมื่อเหยื่อตกลงกับนายหน้าเรื่องการจ้างงานแล้ว นายหน้าก็จะนัดหมายเหยื่อในการเดินทางข้ามชายแดน
โดยนายหน้าจะพาเหยื่อลักลอบข้ามแม่น้ำโขงเพื่อเข้าไปในเขตของประเทศเพื่อนบ้านโดยผิดกฎหมาย เมื่อไปถึงจะถูกกักตัวระยะหนึ่ง จากนั้นนายหน้าจะอ้างว่างานที่จ้างมาถูกยกเลิกแล้ว ให้เหยื่อไปทำงานอื่นที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะการหลอกลวงผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์
เช่น การหลอกชักชวนให้คนไทยลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (หลอกรักชวนลงทุน หรือ Hybrid Scam) หรือหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น โดยเหยื่อบางรายไม่ยินยอมแต่ไม่สามารถขัดขืนได้และในระหว่างที่ทำงานก็อาจถูกขายต่อเป็นทอดๆให้กับนายจ้างรายอื่น หรือถูกกักขังไว้ภายในบริเวณสถานที่ทำงาน
หากต้องการกลับประเทศไทยจะต้องจ่ายค่าไถ่ เป็นเงินประมาณ 200,000 ถึง 300,000 บาท
ทั้งนี้จากข้อมูลของด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 สำนักงานตรวจคนเมือง พบว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 ถึง ปัจจุบัน ได้มีการช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว จำนวน 88 คน
จึงขอเตือนให้ระมัดระวังการถูกหลอกชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโฆษณาชักชวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และนายหน้ามีการแจ้งว่าให้เดินทางข้ามแดนในลักษณะผิดกฎหมาย เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ หรือบังคับใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย
ทั้งนี้พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายได้ที่เว็บไซต์ www.doe.go.th/ipd และตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศได้ที่สายด่วน กรมการจัดหางาน 1694 และ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง