กรณีพ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ,พ.ต.ต.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ นำกำลังจับกุม นายอ่อง มิน อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา นายจาย นอง อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา นายหลาว ลุงยอน หรือหาญ หรือโย อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา นายอ้อ หรือน้า ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา นายจ่อ อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมา นายคำ หรือวัน อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลาง จยย.ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่ติดทะเบียน 1 คัน ,จยย.ฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ ทะเบียน 1 กช-1906 เพชรบุรี ,จยย.ฮอนด้า เวฟ สีขาวแดง ไม่ติดทะเบียน 1 คัน มีดสั้นปลายแหลม 1 เล่ม ,มีดดาบ 3 เล่ม ,หนังสติ๊ก 2 อัน ,ลูกแก้ว 44 ลูก ,ถุงย่าม 2 ใบ ,มือถือ 6 เครื่อง และเสื้อผ้าที่สมใส่ในการก่อเหตุ 6 ตัว
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 18 มค ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ แถลงข่าวที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.อภิวัชร์ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ในการจับกุมครั้งนี้เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2561 เวลาประมาณ 23.00 น. สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครพิงค์ว่า เกิดเหตุวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ออกตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบนายสาย สัญชาติเมียนมา ถูกทำร้ายร่างกาย มีบาดแผลหลายแห่ง บริเวณหน้าอกและท้องถูกด้วยของมีคม ประมาณ 5 แผล และศีรษะแตก จึงสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากพยานที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ได้ความว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง คาดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นไทใหญ่ หรือเมียนมาร์ ยกพวกวิ่งกรูกันเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายล้มลงกับพื้นบาดเจ็บสาหัส กระทั่งมีพลเมืองดีเข้ามาห้าม กลุ่มวัยรุ่นไทใหญ่จึงวิ่งหลบหนีไป
เมื่อตำรวจรับแจ้ง จึงเร่งรีบติดตามหาตัวคนร้ายด้วยการสืบสวนหาข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มแก๊งวัยรุ่นไทใหญ่ที่มักก่อเหตุยกพวกทำร้ายร่างกาย แล้วกำหนดแนวทางการสืบสวนโดยตรวจสอบรายละเอียดจากกล้องวีดิโอวงจรปิดของสถานที่เกิดเหตุและในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งคาดว่าเป็นเส้นทางที่คนร้ายเดินทางมาก่อเหตุและหลบหนี จนกระทั่งทราบตำหนิรูปพรรณของคนร้ายและยานพาหนะที่นำมาก่อเหตุอย่างชัดเจน โดยทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นแก๊งวัยรุ่นไทใหญ่หรือเมียนมา มีชื่อแก๊งว่า “บัวดำ” เชียงใหม่ โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ในโรงแรมปาโกด้า ซอยประชาสัมพันธ์ ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงเข้าตรวจสอบพบชายคนหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่านายคำ มีตำหนิรูปพรรณคล้ายคลึงกับคนร้ายที่เป็นคนซ้อนรถจักรยานยนต์ในวันก่อเหตุ
โดยผู้ต้องหารับว่า ตนกับเพื่อนหกคน ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายชายวัยรุ่นคนหนึ่งบริเวณตลาดดอกไม้ และยังตรวจพบเสื้อผ้าที่นายคำ สวมใส่ในวันก่อเหตุ จึงตรวจยึดเป็นของกลาง (แยกดำเนินอีกคดีเนื่องจากเป็นเยาวชน) จากนั้นนายคำ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคดีนี้ และแจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่พักอาศัยของเพื่อนตนเองที่ไปร่วมก่อเหตุอีกหกคน จนสามารถขยายผลไปจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดอาวุธของกลางตามรายการข้างต้น จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป ในข้อหา”ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น”
ด้าน พล.ต.ต.สรายุทธ เปิดเผยว่า การจับกุมแก๊งไทใหญ่ ชื่อว่าแก๊ง “บัวดำ” หัวหน้าแก๊งคือ นายแสง ไม่มีนามสกุล ชาวไทใหญ่ ที่หนีออกนอกประเทศไปนานแล้ว และนายแสง นั้นเป็นผู้ทำเสื้อสัณญาลักษณ์แจกจ่ายให้กับกลุ่มพวกนี้ โดยกลุ่มแก๊งคู่อริพวกนี้คือ กลุ่มวิหารดำ ซึ่งปักหลักอยู่แถว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และเมื่อเข้ามาในตัวเมืองเชียงใหม่ก็จะมาปะทะกับแก๊งพวกนี้เสมอ จนกระทั่งมีคดีทำร้ายร่างกายกันดังกล่าวล่าสุด พวกแก๊งบัวดำ หลังก่อเหตุก็จะนำไปขึ้นเฟซบุ๊คประชาสัมพันธ์ผลงานของตนเอง มีการโชว์บาดแผลของการต่อสู้ การเรียกระดมพรรคพวกเพื่อไปกินเหล้าและแก้แค้นทางเฟซบุ๊ค บางครั้งก็ไลฟ์สดระดมเรียกเพื่อนฝูงไปเที่ยวตามที่ต่างๆ โดยจะรวมตัวกันบริเวณวัด และออกตระเวนเที่ยวตามตัวเมืองเชียงใหม่ ในย่านตลาดบ้าง ย่านร้านเหล้าทั่วไปบ้าง โดยมีอาวุธเป็นหนังสติ๊ก มีดซาบาต้า มีดาบ ซามูไร และมีดดัดแปลงชนิดต่าง ๆ หากพบอริจะเข้าลุยทันที และหากคู่อริมีน้อยและขับขี่จักรยานยนต์หนี ก็จะใช้หนังสติ๊กยิงไล่เลย ซึ่งตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละเขตท้องที่ดำเนินการกวาดล้างแก็งกลุ่มพวกนี้ให้สิ้น เพราะสร้างความเดือดร้อนหวาดกล้วให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเชียงใหม่อย่างมาก
ด้านผู้ต้องหา ทั้ง 6 คน เปิดเผยว่า วันที่ก่อเหตุทำร้ายคู่อริที่ตลาดต้นลำไยตามคลิปกล้องวงจรปิดนั้น 1 ใน 6 คนพวกตนถูกข่มขู่และทำร้ายก่อน พวกตนจึงรุมทำร้ายคู่อริ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นกลุ่มแก๊ง “วิหารดำ” ที่มาเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ และมาหาเรื่องพูดจาท้าทายพวกตนก่อน จึงรุมทำร้าย ปกติพวกตนนั้นจะไปเที่ยวแถววัดต่างๆในเชียงใหม่ พอกลางคืนจะตะเวนเที่ยวกัน ส่วนมากจะถูกแก๊งคู๋อริ แก๊งวิหารดำ ข้ามถิ่นมาหาเรื่องพวกตน สาเหตุมาจากเรื่องแย่งสาวๆไทใหญ่กัน และมักท้าต่อยกัน พวกตนนั้นมีคนจำนวนน้อยกว่า จึงไม่กล้าปะทะเท่าไหร่
โดยพวกแก๊งวิหารดำ มีคนนับ 50 กว่าคน อยู่แถว อ.สันกำแพง และมักใช้วิธีหมาหมู่กับพวกตนที่มีสมาชิกอยู่แค่ 7-8 คนเท่านั้น กลุ่มพวกตนไม่หาเรื่องใครก่อน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นคนไทย พวกตนจะหลีกเลี่ยง เพราะถือว่าเป็นเจ้าของบ้านเมืองที่พวกตนได้มาอาศัย จะมีเรื่องเฉพาะกลุ่มแก๊งไทใหญ่ด้วยกัน ตอนนี้ก็มีอยู่หลายแก๊งที่ตั้งกันขึ้นมา เมื่อมาเจอกันก็จะมีการปะทะกัน แล้วแต่โอกาส โดยส่วนมากเป็นวัยรุ่นไทใหญ่ ซึ่งสาเหตุก็จะมาจากเรื่องแย่งสาวกัน



