เมื่อวันที่ 19 ม.ค. พ.ต.ท.ดำรงค์ วงษ์ลืออำนาจ รอง ผกก.สภ.เมืองเลย ในฐานะหัวพนักงานสอบสวน กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุชายฉกรรจ์ 4 คน บุกอุ้มพ่อแม่ลูกภายในโรงเรียนบ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เตรียมแจ้งข้อหาหนัก 3 ข้อหา และเตรียมออกหมายจับในวันที่ 20 ม.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนรู้ตัวผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว โดยรอฝ่ายสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน หากมีรูปถ่าย และเลข 13 หลักชัดเจน ก็จะสามารถออกหมายจับได้ทันที
พ.ต.ท.ดำรงค์ กล่าวว่า หากผู้ต้องหาจะมามอบตัวก็จะเป็นการดี ขณะนี้ได้หลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถสืบหาผู้กระทำผิด คือ ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะที่ผู้ต้องหาไปซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียน เพื่อมาให้ผู้เสียหายเซ็นต์เอกสารอะไรบางอย่าง บริเวณหน้าร้านเครื่องเขียนในอ.วังสะพุง ก่อนจะปล่อยตัวผู้เสียหาย
สำหรับข้อหาที่พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งนั้น คือ ข้อหาที่ 1 มาตรา 337 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น
ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ถ้าความผิดฐานกรรโชกได้กระทำโดย (1) ขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายให้ผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือขู่ว่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจหรือผู้อื่น หรือ (2) มีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ข้อหาที่ 2 มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือ จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้ กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน หกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำ ความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือได้กระทำเพื่อให้ผู้ถูกข่มขืนใจทำ ถอน ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิอย่างใดผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะ มีอยู่หรือไม่ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปีและปรับ ตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการ ใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหา ที่ 3 และครบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต



