เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่สภ.ศรีราชา พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา และ พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผกก.สภ.ศรีราชา ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมแก๊งคนร้ายร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะและใช้อาวุธ จำนวน 4 คน
ประกอบด้วย 1.นายปิยะพงษ์ หรือพงษ์ อินทร์ฤทธิ์ อายุ 32 ปี (คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ) อยู่บ้านเลขที่ 152/3 ถ.มิตรสัมพันธ์ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 2.นายเม่น (นามสมมติ) อายุ 16 ปี (ผู้ขับขี่รถพาผู้ก่อเหตุหลบหนี) อยู่บ้านเลขที่ 49/49 ม.11 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 3.นายวรินทร์ หรือตี้ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ซ.ชยสุขา ถ.เจิมจอมพล ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา และ 4.น.ส.สุภาวรรณ หรือหนาว คงมั่น อายุ 19 ปี (คอยดูต้นทาง) อยู่บ้านเลขที่ 60/16 ม.7 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา พร้อมด้วยของกลางหมวกกันน็อค ที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 2 ใบ เสื้อผ้า ที่ใช้ก่อเหตุ, อาวุธมีดที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน 1 เล่ม, รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ซึ่งในการหลบหนี หลังจากปล้นเสร็จ
พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ สาขานาพร้าว เลขที่ 06876 บริเวณปากทางเข้าวัดนาพร้าว เลขที่60/7 ม.5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา โดยคนร้ายมีลักษณะเป็นชาย อายุประมาณ 25-30 ปี สวมกางเกงยีนส์ขายาวแบบเดฟ สีเข้ม และสวมหมวกกันน็อคสีดำแบบเต็มใบ ซึ่งใช้อาวุธมีดยาวปลายหัวตัด บังคับ น.ส.สิตานนท์ แก้วพะเนียง พนักงานแคชเชียร์ ให้เปิดลิ้นชักเก็บเงินของร้าน
โดยคนร้ายได้เงินสดไป จำนวน 7,400 บาท และบุหรี่จำนวน 3 ซอง แล้วหลบหนีไป หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ศรีราชา สืบทราบว่า คนร้ายทั้งหมด มีจำนวน 4 คน ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ศรีราชา โดยแบ่งหน้าที่กันทำงาน ตั้งแต่คิด จัดเตรียมอาวุธ เลือกสถานที่ก่อเหตุ จนทางตำรวจชุดสืบสวนสภ.ศรีราชาออกสืบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุ จนสามารถตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักแถววัดตโปทาราม ริมขอบอ่างเก็บน้ำบางพระได้ทั้งหมด
โดยทั้งหมดนั้นเป็นสมาชิกแก๊งโจ๋ขอบอ่าง ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า นำเงินที่ได้จากการปล้นไปซื้อยามาเสพและเที่ยวเตร่ตามสถานบันเทิง ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นการแถลงข่าวแล้วทางตำรวจนำตัวผู้ก่อเหตุปล้นร้านสะดวกซื้อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านสะดวกซื้อข้างซอยวัดนาพร้าว โดยผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างไรในขณะที่ทำแผน ที่ร้านสะดวกซื้อหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธและใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดก่อนควบคุมตัวทั้งหมดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


