ศาลล้มละลายกลาง เลื่อนไต่สวน สินมั่นคงฟื้นฟูกิจการ เป็น 6 ก.ย.นี้ เจ้าหนี้กว่า 3 พันราย วอนถ้าไม่ทำหน้าที่นำสืบในนัดใด ก็ไม่ต้องมาศาลได้

วันที่ 15 ส.ค.2565 ศาลล้มละลายกลาง เปิดเผยว่า กระบวนการพิจารณาคดีของบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ศาลได้นัดพิจารณาคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยประเด็นนี้ศาลได้ประกาศคำสั่งรับคำร้องขอ และวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และจัดส่งสำเนาคำร้องขอให้แก่เจ้าหนี้ พร้อมส่งให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)

ทั้งนี้เนื่องจากศาลกำหนดสืบพยานลูกหนี้ผู้ร้องขอและเจ้าหนี้ผู้คัดค้านนัดแรกในวันที่ 6 ก.ย.65 ถ้าสืบพยานลูกหนี้ผู้ร้องขอเสร็จ จะสืบพยานเจ้าหนี้ผู้คัดค้านทันที เพราะฉะนั้นบันทึกถ้อยคำต้องเตรียมให้เรียบร้อยก่อนถึงวันนัด

ทั้งนี้ศาลจะพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายในวันไต่สวนที่กำหนด หากมีพยานบุคคลหรือพยานเอกสารให้ขอหมายเรียกต่อศาลเพื่อให้สามารถนำพยานมาสืบได้ทันในวันนัด หากคู่ความและพยานมีเหตุขัดข้องในการนำพยานเข้าไปสืบสวนในวันนัด ให้ดำเนินการแก้ไขและแถลงแนวทางแก้ไขต่อศาลล่วงหน้า เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในวันนัดเป็นไปโดยเรียบร้อย และให้คู่ความทุกฝ่ายดำเนินตามแนวปฏิบัติในการสืบพยานอย่างเคร่งครัด

การไต่สวนพยานบุคคลในคดี ศาลอนุญาตให้คู่ความเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นของผู้ที่ตนประสงค์อ้างอิงเป็นพยานแทนการซักถามต่อหน้าศาล โดยต้องเสนอบันทึกถ้อยคำต่อศาลล่วงหน้า ก่อนถึงวันนัดไต่สวนพยานนัดแรก 6 ก.ย. ไม่น้อยกว่า 7 วัน

โดยคดีนี้มีเจ้าหนี้ยื่นคำคัดค้านรวม 3,068 ราย ทั้งนี้ศาลได้แจ้งให้คู่ความผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายทราบว่า ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ผู้คัดค้านและลูกหนี้ที่ร้องขอ ที่ไม่มีหน้าที่นำสืบในนัดใดไม่ต้องมาศาลในนัดนั้นก็ได้

สำหรับวันนี้ลูกหนี้ผู้ร้องขอได้ส่งสำเนาถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นและเอกสารที่อ้างอิงสำหรับพยานปากนายประหยัด ฐิตะธรรมกุล ให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ผู้คัดค้าน ด้วยการส่งสำเนาเอกสารและส่งผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่บันทึกไว้

ทั้งนี้ศาลเข้าใจว่าในช่วงเวลานี้ ฝ่ายเจ้าหนี้ทุกท่านได้รับความเดือดร้อน ในกระบวนการของศาลจะต้องพิจารณาโดยเร็ว และในส่วนของบริษัทสินมั่นคงประกันภัย ที่เป็นองค์กรธุรกิจยื่นคำร้องเข้ามาว่าได้รับความเสียหายจากการประกอบกิจการ มีปัญหาทางการเงิน ในชั้นนี้ตัวบริษัทขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งดีกว่าที่จะปิดกิจการไป และทำให้เจ้าหนี้ทุกท่านได้รับประโยชน์มากกว่าที่จะล้มละลาย

ในส่วนของศาลมีหน้าที่จะต้องพิจารณาในชั้นนี้ว่าเป็นไปอย่างนั้นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามสิทธิของเจ้าหนี้ทุกท่านในการได้รับชำระหนี้ก็ไม่ได้เสียไป ที่ไต่สวนโดยวัตถุประสงค์ว่ากิจการนั้นยังมีทางที่จะฟื้นฟูฯหรือทำธุรกิจต่อไปได้จริงหรือไม่ และดีกว่าการที่จะปิดกิจการลงหรือไม่”

เพราะฉะนั้นในกระบวนการจึงต้องนำพยานของฝ่ายลูกหนี้และฝ่ายเจ้าหนี้เพื่อมาให้สิทธิทุกท่าน แต่ที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพราะมีเจ้าหนี้จำนวนมากที่รออยู่ และบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลูกจ้างของบริษัท ดังนั้นศาลมีหน้าที่ต้องพิจารณาโดยเร็ว และไต่สวนให้ได้ความจริง

ทั้งนี้หากศาลยกคำร้องไปจากบริษัทสินมั่นคงประกันภัยไม่เข้าเงื่อนไขฟื้นฟูตามกฎหมาย สิทธิเจ้าหนี้ก็ยังอยู่ แต่ต้องไปเรียกร้องตามขั้นตอนอื่น ๆ ในทางแพ่ง หรือต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลในขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าศาลให้ฟื้นฟูกิจการก็จะมีกระบวนการหลังจากนั้นเช่นกัน เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ไม่ว่าเจ้าหนี้จะคัดค้านหรือไม่คัดค้าน สิทธิในการได้รับชำระหนี้ยังคงอยู่

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน