จากกรณีที่ นายกิติ บำราบ อายุ 37 ปี สามีของนางอุไรพร บำราบ อายุ 35 ปี ถูกนายนพสิทธิ หรือ โก๋ พงษ์แก้ว อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นสามีเก่าของนางอุไพร ใช้อาวุธปืนยิง 2 นัด จนเสียชีวิตภายในห้องเช่าเลขที่ 470 ม.3 ต.นาดี อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี หลังก่อเหตุนายนพสิทธิได้ขับรถเก๋ง สีขาว ไม่ทราบยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขทะเบียน หลบหนี โดยเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา
(อ่านข่าวเก่า เขยเก่า ยิงเขยใหม่ ดับคาบ้าน หลังมาเยี่ยมลูก แต่สามีใหม่อดีตเมียไม่พอใจ-ทุบรถ)
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ที่ห้องเก็บศพ รพ.นาดี จ.ปราจีนบุรี นางอุไรพร บำราบ อายุ 35 ปี พร้อมด้วยนางบัวศรี พรมสุวรรณ อายุ 65 ปี ผู้เป็นมารดา เดินทางมารับศพนายกิติ หลังแพทย์ได้ทำการผ่าชันสูตร เพื่อนำศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
นางอุไรพร เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 2 ทุ่ม นายนพสิทธิ ซึ่งเป็นสามีเก่า ที่เลิกรากันนานกว่า 17 ปี ได้เดินทางมาเยี่ยมลูกสาวที่เกิดกับตนและนายนพสิทธิ ขณะนั้นนางบัวศรี แม่ของตนก็อยู่ด้วย ส่วนตนเองอยู่ในห้องนอน ต่อมาไม่นานนายกิติ ซึ่งเป็นสามีใหม่กลับมาบ้านก่อนมาเห็นนายนพสิทธิ จึงเดินเข้าที่ห้อง พร้อมบอกกับตนว่า สามีเก่ามาหาให้ออกไปเคลียร์

นางอุไร เผยต่อว่า ตนได้บอกกับนายกิติว่า ตนเองกับสามีเก่าจบกันไปแล้วให้นายกิติไปเคลียร์เอง จากนั้นทั้งคู่เกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายนพสิทธิจะออกจากบ้านไป ต่อมาตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นนอกบ้าน 2 นัดติด จึงวิ่งออกไปดูจึงพบว่านายกิติถูกยิงขณะตามไปเปิดประตูรถของนายนพสิทธิและวิ่งกลับเข้ามาเสียชีวิตภายในบ้าน ส่วนนายนพสิทธิได้ขับรถเก๋งหลบหนีมุ่งหน้าไปทางอ.นาดี

ด้าน พ.ต.อ.จิรโรจน์ โรจภานุพัชร์ ผกก.สภ.นาดี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาได้เร่งรัดคดี ขณะนี้ทางตำรวจได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว ส่วนอาวุธปืนคาบินที่ใช้ก่อเหตุ ตำรวจไปพบที่บ้านพักของลูกน้องนายนพสิทธิ นอกจากนี้ยังพบยาบ้าอีก 45 เม็ด ภายในบ้านพักหลังดังกล่าว คาดว่านายนพสิทธิอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาเพราะก่อนหน้าตัวผู้ก่อเหตุเคยต้องโทษคดียาเสพติดมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวนายนพสิทธิ มาดำเนินคดี