เมื่อวันที่ 25 ม.ค. พ.ต.ท.ประภาส ทองคำภา รอง.ผกก.(สอบสวน) สภ.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งเหตุมีคนจุดไฟเผาบ้านตัวเอง ที่บ้านเลขที่ 4 ม.10 บ้านป่าก่อ ต.ท่าสะอาด หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.อนุสรณ์ มั่งมี ผกก.สภ.เซกา พ.ต.ท.ณัฎชัย สุภา สวป. รถดับเพลิงของอบต.ท่าสะอาดและเทศบาลท่าสะอาดนำรถดับเพลิง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิง โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นค่าเสียหายประมาณ 5 แสนบาท นอกจากนี้ ยังพบนายอัครเดช หงส์คำหล้า อายุ 27 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 4 บ้านป่ากอ ม.10 ต.ท่าสะอาด และนางบุญจันทร์ โคตรทุมมา อายุ 79 ปี ยายของนายอัครเดช

จากการสอบสวนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว มีนางบุญจันทร์และนายอัครเดชอยู่อาศัยกันเพียง 2 คน โดยนายอัครเดชมักจะเสพยาบ้าจนเมาอาละวาดและคลุ้มคลั่งอยู่เป็นประจำ ทำให้นางบุญจันทร์ต้องหนีไปอาศัยอยู่บ้านญาติเพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับตัวเอง ทำให้นายอัครเดชอาศัยอยู่บ้านหลังนี้เพียงลำพัง กระทั่งมาก่อเหตุเผาบ้านตัวเองดังกล่าว ก่อนจะหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปจับกุมตัวได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง

สอบสวนทราบอีกว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอัครเดชได้ขับรถปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บง241 บึงกาฬ ออกจากบ้านและไปจอดที่ลานริมเขื่อนพนังกั้นแม่น้ำศรีสงคราม จากนั้น ได้ปล่อยให้รถไหลลงไปตามทางลาดขั้นบันไดจนรถไปติดค้างอยู่ริมตลิ่งลึกประมาณ 15 เมตร ก่อนจะนำแกลลอนน้ำมันเทราดที่ยางรถที่พลิกคว่ำเพื่อจุดไฟเผารถทิ้ง โดยอ้างว่า มีคนร้ายซ่อนอยู่ข้างในรถที่จะแอบมาฆ่าตนเอง แต่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้ห้ามปรามไว้ทัน

สอบสวนทราบต่อว่า กระทั่งช่วงหัวค่ำนายอัครเดชได้เข้าไปขอเงินนางบุญจันทร์ แต่ไม่ได้จึงทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งและมีอาการหลอนว่ามีคนจะตามมาฆ่าและก็แอบซ่อนอยู่ในบ้าน จึงก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านทิ้งดังกล่าว เบื้องต้นค่าเสียหายประมาณ 5 แสนบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายอัครเดชไปส่งโรงพยาบาลจิตเวชนครพนม เพื่อรักษาอาการป่วยต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน