ชาวบ้านร้องเอาผิดเหรัญญิก ปลอมลายเซ็นกู้เงินกองทุนหมู่บ้าน ไปใช้ส่วนตัวหลายแสนกว่า 5 ปี กว่าผู้เสียหายจะรู้ตัวก็หนี้บาน ท้าให้ไปฟ้องร้องเอาเอง

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.65 ชาวบ้านใน ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความเป็นธรรมและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการบริหารงานของกองทุนหมู่บ้าน หลังจากที่นำสมุดบัญชีไปปรับเช็คยอด พบมีการปลอมแปลงเอกสารและลายมือชื่อ กู้เงินกองทุนหมู่บ้านหลายคนรายละหลักหมื่นถึงหลักแสน ตั้งแต่ปี 2558 รวมเป็นเงินหลายแสนบาท

โดยที่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่เป็นเจ้าของบัญชีไม่รู้เรื่อง กระทั่งปี 2562 มีคณะกรรมการกองทุนฯ บางคนแจ้งว่าให้สมาชิกลองนำสมุดบัญชีไปอัปเดตยอดดูว่า มีความผิดปกติอะไรหรือไม่ จนเรื่องแดงเนื่องจากมีสมาชิกหลายคนยืนยันว่า มีเงินเข้าออกบัญชีเกินกว่ายอดที่ตัวเองขอกู้ เชื่อว่าน่าจะมีการปลอมแปลงเอกสารหรือลายมือชื่อสวมรอยกู้เงินแล้ว แอบเบิกถอนเงินไปใช้จ่ายเอง โดยที่สมาชิกไม่รู้เรื่องและไม่ได้ใช้จ่ายเงินดังกล่าวเลย

พอไปเค้นถามจึงทราบว่าเหรัญญิก ซึ่งเป็นคนดูแลเกี่ยวกับการเงิน เป็นคนปลอมลายเซ็นสวมรอยกู้เงินของสมาชิกฯ ซึ่งตอนแรกเหรัญญิกคนดังกล่าวก็รับปากว่า จะรับผิดชอบยอดหนี้ดังกล่าวเอง

กระทั่งผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทำให้สมาชิกกองทุนฯ ที่ถูกปลอมเอกสารสวมรอยกู้เงินยังมียอดหนี้ค้างบัญชีอยู่ เดือดร้อนหนัก กลัวจะต้องรับใช้หนี้เอง เพราะไปแจ้งความ ตร.บอกให้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรม แต่พอไปศูนย์ดำรงธรรมก็บอกให้ไปแจ้งความกับ ตร. ก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือด้วย

นางวันเพ็ญ (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี เล่าว่า ตนเอง สามี และลูกชายเป็นสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และเมื่อปี 2558 ตนกับสามีกู้เงินกองทุนหมู่บ้านคนละ 2 หมื่นบาท ลูกชายอีก 25,000 บาท รวมทั้ง 3 คนเป็นเงิน 75,000 บาท จากนั้นก็พากันเดินทางไปทำงานกรุงเทพฯ เพราะขณะนั้นผู้เป็นพ่อดำรงตำแหน่งเป็นประธานกองทุนฯ

“เหรัญญิกก็เป็นอดีตลูกสะใภ้ของดิฉัน ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจทั้งดิฉัน สามีและลูก จึงฝากสมุดบัญชีและบัตร ATM ไว้กับเหรัญญิก เพราะเวลาชำระหนี้ก็จะโอนเงินเข้าบัญชี เพื่อให้เหรัญญิกไปกดเงินมาจ่ายกองทุนฯ” นางวันเพ็ญ กล่าว

นางวันเพ็ญ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาก็โอนมาให้ทุกเดือน แต่ก็ไม่รู้ว่าเหรัญญิกเอาเงินไปจ่ายหนี้กองทุนให้หรือไม่ เพราะทั้งสมุดบัญชี และ ATM อยู่กับเขา แต่ก็ไม่เคยเอะใจ กระทั่งปี 2562 เรื่องเกิดแดง เพราะมีคณะกรรมการฯ บอกว่าให้ไปตรวจเช็คยอดเงินในบัญชีว่า ผิดปกติหรือไม่ ก็ตกใจ เพราะทั้งตน สามี และลูกชายมียอดเป็นหนี้กองทุนฯคนละ 75,000 บาท ทั้งที่กู้จริงแค่ 2 หมื่น มารู้ทีหลังว่าอดีตลูกสะใภ้ที่เป็นเหรัญญิกปลอมลายเซ็นสวมรอยกู้เงินไปใช้เอง

ตอนแรกก็รับปากจะจ่ายหนี้คืนเอง แต่พอเมื่อปี 63 พ่อตนซึ่งเป็นประธานกองทุนอยู่เสียชีวิตลง หลังจากนั้นเหรัญญิกก็ไม่ยอมจ่าย แถมท้าให้ฟ้องร้องเลยไม่กลัว ติดคุกก็ยังมีข้าวกิน ตอนนี้ครอบครัวตนเดือดร้อนมาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย

ด้านนางเปียง ชาวบ้านอีกคน กล่าวว่า ตนกู้เงินกองทุนหมู่บ้านแค่ 8,000 บาท แต่กลับมีเงินเข้า-ออกบัญชีมากกว่า 3 แสนบาท เชื่อว่าถูกเหรัญญิกปลอมเซ็นสวมรอยกู้เงินเหมือนกัน ทุกวันนี้เครียดมากกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะถ้าเขาไม่รับผิดชอบใช้หนี้ดังกล่าว แล้วตนจะมีปัญญาที่ไหนหาเงินไปจ่าย ลำพังเงินจะใช้จ่ายก็ลำบากหาเช้ากินค่ำไปวันๆ

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามจะติดต่อสัมภาษณ์เหรัญญิกที่ถูกกล่าวหา แต่ยังติดต่อไม่ได้ จึงไปสอบถาม นายสวาย เจริญยิ่ง ประธานกองทุนหมู่บ้าน บอกว่า คณะกรรมการจะไม่รู้เรื่องเงินส่วนใหญ่ ก็แค่เข้าร่วมประชุมเท่านั้น เพราะคนที่จะรู้เรื่องเงินก็จะเป็นประธาน รองประธาน หรือกรรมการที่ได้รับเลือก และเหรัญญิกที่เป็นคนดำเนินการเรื่องเบิกจ่ายเงิน

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้น ตนก็เพิ่งมารู้ทีหลัง ตอนที่เขาไปโวยวายกัน ตอนแรกก็เห็นว่าคนที่เอาเงินไปใช้ เขาจะใช้คืนกองทุนเอง และต่อมาไม่รู้ทำไมเขาไม่ยอมจ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน